Wikigame

1.ระบบการเล่นพื้นฐาน

สำหรับ Resident Evil 7 นี้ เปลี่ยนรูปแบบมุมมองในการเล่นเป็น First Person View (“FPV”) แทนที่จะเป็นมุมมองแบบ Third Person View (“TPV”) เหมือนเช่นภาคก่อนๆ ในซีรีส์ที่เราจะเห็นตัวละครของเราชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นระบบการเล่นโดยรวมก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งเราจะขออธิบายดังต่อไปนี้

การควบคุม (แบบ default)

ปุ่มกด (PS4)

ผลลัพธ์ที่ได้

ปุ่มทิศทาง (บน ล่าง ซ้าย ขวา)

ใช้เลือกอาวุธได้ 4 อย่างตามที่เราเลือกไว้ แต่หากเข้าหน้าจอแผนที่จะเป็นการเลือกดูแผนที่ในแต่ละชั้น

อนาล็อกซ้าย

ใช้เดินหรือวิ่ง (วิ่งได้โดยการกดอนาล็อกลงไป)

อนาล็อกขวา

ใช้เล็งยิงหรือหมุนมุมกล้อง หากกดอนาล็อกลงไปจะเป็นการย่อเดิน

ปุ่มสี่เหลี่ยม

ใช้เติมกระสุน หากใช้อาวุธเป็นระเบิดจะเป็นการกดระเบิด

ปุ่มสามเหลี่ยม

ใช้เรียกดูไอเท็ม

ปุ่มกากบาท

ใช้กดสำรวจหรือกดยืนยันต่างๆ (หากเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นอาจสลับหน้าที่กับปุ่มวงกลม)

ปุ่มวงกลม

ใช้กดปฏิเสธหรือกดยกเลิกหน้าจอต่างๆ (หากเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นอาจสลับหน้าที่กับปุ่มกากบาท)

ปุ่ม L1

ใช้ป้องกันการโจมตี

ปุ่ม L2

ใช้เล็งอาวุธที่มี

ปุ่ม R1

ใช้ขวดยาฟื้นพลัง

ปุ่ม R2

ใช้โจมตีด้วยอาวุธที่ถืออยู่

ปุ่มทัชแพด

ใช้กดดูแผนที่

ปุ่ม option

ใช้กดหยุดเกมและดูสถิติต่างๆ ที่เราเล่น

 
ระบบการผสมไอเท็ม

ในภาคนี้ได้นำเอาระบบผสมไอเท็มแบบภาคเก่ากลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าไอเท็มคู่ซีรีส์อย่างสมุนไพรก็ยังมีอยู่แต่เพียงสมุนไพรโดดๆ จะยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้เราจะต้องนำไปผสมและทำเป็นขวดยาเสียก่อน ซึ่งสิ่งสำคัญในการผสมของภาคนี้คือไอเท็มที่ชื่อ Chem Fluid และ Strong Chem Fluid ที่หากนำมาผสมกับวัตถุดิบต่างๆ ก็จะกลายมาเป็นไอเท็มให้เราใช้งานได้ ซึ่งรายละเอียดของไอเท็มทั้งหมดที่สามารถผสมได้มีดังนี้

ชื่อวัตถุดิบ

ไอเท็มที่ได้

ผลลัพธ์ของไอเท็ม

Chem Fluid และ Herb

First Aid Med

ยาเติมพลังธรรมดา

Strong Chem Fluid และ Herb

Strong First Aid Med

ยาเติมพลังชนิดดี

Chem Fluid และ Gunpowder

 Handgun Ammo 10 นัด

ใช้เป็นกระสุนของปืนพก

Strong Chem Fluid และ Gunpowder

Enhanced Handgun Ammo 10 นัด

ใช้เป็นกระสุนปืนพกชนิดแรงกว่าปกติ

Chem Fluid และ Solid Fuel

Burner Fuel ปริมาณ 100

ใช้เป็นกระสุนปืนพ่นไฟ

Strong Chem Fluid และ Solid Fuel

Flame Round 2 นัด

ใช้เป็นกระสุนปืนยิงลูกระเบิด เมื่อยิงแล้วเป้าหมายจะไฟลุกท่วมตัว

Chem Fluid และ Supplements

Psychostimulants 1 ชิ้น

เป็นไอเท็มที่ใช้แล้วจะทำให้มองเห็นตำแหน่งที่ซ่อนของไอเท็มอื่นๆ

Strong Chem Fluid และ Supplements

Neuro Round 2 นัด

ใช้เป็นกระสุนปืนยิงลูกระเบิด เมื่อยิงแล้วจะทำให้เป้าหมายหยุดการเคลื่อนไหว


นอกเหนือไปจากวิธีการผสมไอเท็มข้างต้น เรายังสามารถสร้าง Enhanced Handgun Ammo ได้โดยไม่ต้องใช้ Strong Chem Fluid เลย วิธีการก็คือนำเอากระสุนปืนธรรมดากดผสมกับดินปืน แล้วเราจะเสียกระสุนธรรมดาไป 10 นัดและเสียดินปืนไป แต่เราจะได้ Enhanced Handgun Ammo กลับมา 5 นัด หากต้องการใช้กระสุนแรงๆ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน

คำแนะนำในการเล่น

ตลอดทั้งเกมเราจะมีอาวุธปืนหลากหลายชนิดไว้ใช้ตามสถานการณ์ แต่กระสุนที่มีให้ก็ไม่ได้มากมายขนาดให้เรายิงทิ้งขว้างเล่นๆ ได้แน่นอน (อย่างน้อยก็ในช่วงครึ่งแรกของเกม) ดังนั้นสิ่งสำคัญคือพยายามเล็งยิงจุดอ่อนของศัตรูที่เจอนั่นคือบริเวณศีรษะให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ประหยัดกระสุน และเมื่อเราเล่นไปซักพักหนึ่งเราจะเจอไอเท็มที่ชื่อ Separating Agent โดยที่ประโยชน์ของมันก็คือหากนำไปผสมกับไอเท็มประเภทใช้แล้วหมดไป (เช่น ยาเติมพลังหรือกระสุนปืน) ก็จะทำให้ไอเท็มนั้นหายไปแต่เราจะได้ Chem Fluid หรือ Strong Chem Fluid กลับมาแทน จะมีประโยชน์ในกรณีที่เรามีไอเท็มเติมพลังเยอะเกินความต้องการแต่ขาดกระสุน (หรือในทางกลับกันก็เช่นกัน)

คำแนะนำอีกประการหนึ่งคือ ถึงแม้ว่าอีธานจะไม่มีความสามารถในการหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วเหมือนตัวเอกขาประจำของซีรีส์ แต่เรายังสามารถหลบการโจมตีของศัตรูได้โดยการกดย่อ อย่างน้อยถ้าศัตรูไม่ได้โจมตีเราในแนวตั้งเราก็จะสามารถหลบได้อย่างปลอดภัยแน่นอน และเพื่อความมั่นใจขณะย่อก็กดป้องกันไปด้วยก็จะเป็นการดี

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือในเกมนี้บรรดาศัตรูจะขี้ตื๊อและไล่ล่าเราเอาเป็นเอาตาย การปิดประตูจะช่วยถ่วงเวลาพวกมันได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยหากเป็นพวก Molded ก็จะเปิดประตูตามเราไม่ได้ หากเป็นพวก Bakers ก็จะทำให้มันมองเราไม่เห็นและไล่ตามเราได้ช้าลง


2. บทสรุป (สำหรับระดับ Easy และ Normal)

Guest House

แผนที่ของ Guest House ในแต่ละชั้นและตำแหน่งไอเท็ม









หลังจบฉากคัตซีน ให้เราเดินตรงไปจนเจอกับตัวบ้านแต่ประตูหน้าจะล็อคเอาไว้จนเข้าไม่ได้ แต่ทางซ้ายมือจะมีทางเดินเลียบด้านข้างของบ้าน เมื่อเรามุ่งหน้าไปเรื่อยๆ จะพบกับรถตู้ที่โดนทิ้งร้างกับประตูรั้วเหล็กที่เราผ่านไปต่อได้ มุ่งหน้าไปตามทางและเมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะสังเกตเห็นชายคนหนึ่งเดินอยู่ด้านหน้า แต่เมื่อเราตามไปก็จะพบว่าเขาหายตัวไปแล้ว ยังไม่ต้องสนใจเขาในตอนนี้ เดินต่อไปจนพบกับซุ้มประตูที่ประกอบขึ้นจากขาสัตว์และใบเลื่อยให้เรากดย่อตัวแล้วผ่านเข้าไปด้านใน เมื่อสุดทางเราจะต้องกระโดดลงจากชะง่อนหินและเข้าสู่บริเวณพื้นที่ของตัวบ้านแล้ว

เมื่อลงมาด้านล่างแล้วให้สังเกตบริเวณพื้นด้านหน้าจะพบกับกระเป๋าถือของผู้หญิง หากเราสังเกตด้านในจะพบกับใบขับขี่ของมีอาภรรยาของอีธาน ถึงจุดนี้ตัวเกมจะสอนให้เราลองกดใช้ระบบการตรวจสอบไอเท็มแล้ว กดหน้าจอไอเท็มขึ้นมาแล้วเลือกไอเท็มที่ต้องการจากนั้นกดที่ไอคอนรูปแว่นขยายจะเป็นการตรวจสอบไอเท็มชิ้นดังกล่าว ในตัวเราตอนนี้จะมี e-mail ที่ได้รับจากมีอา เราสามารถหมุนไอเท็มดูได้และหากชิ้นไหนที่สามารถกดอ่านได้ก็จะมีไอคอนปุ่มขึ้นมาให้สำรวจ เมื่อเราอ่าน e-mail นี้เสร็จก็จะถือเป็นการได้รับ File #1 Email from Mia (ทั้งเกมมี 32 ไฟล์ให้เก็บ สามารถเช็คได้โดยการกดหยุดเกมแล้วดูรายละเอียดในหัวข้อ Stats) เมื่อพร้อมแล้วเดินตรงเข้าสู่ตัวบ้านจะเห็นได้ว่ามีประตูบานเดียวที่เราเข้าได้แถมยังเปิดรออีกต่างหาก เข้าไปได้เลย



ที่ด้านในเราจะพบว่ามืดสนิทแทบไม่มีแสงไฟ แต่อีธานก็จะทำการเปิดไฟฉายที่พกมาโดยอัตโนมัติให้เราสำรวจได้สะดวก กดเปิดประตูเข้าไปแล้วเดินตรงมาจะพบกับตู้ที่มีโซ่พันปิดไว้ ซึ่งจุดนี้เราจะต้องกลับมาอีกทีในภายหลัง เมื่อเรามุ่งหน้าต่อไปก็จะมาถึงห้องครัวที่ให้เรากดสำรวจอะไรได้มากมายแต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเราเท่าไหร่ ยกเว้นแต่ลิ้นชักหนึ่งที่โดนล็อคเอาไว้อยู่ซึ่งด้านในของลิ้นชักนี้มี Antique Coin #1 อยู่ แต่เราจะบอกวิธีเก็บในภายหลัง จากจุดนี้ให้เราเดินเข้าด้านในต่อไปจะพบกับบันไดขึ้นชั้นสอง ที่ด้านบนจะมีปุ่มสีแดงให้กดพร้อมกับป้ายเขียนกำกับว่าเป็นบันได แต่ตอนนี้เรายังทำอะไรกับมันไม่ได้เพราะไฟไม่เข้า ที่ด้านบนนี้จะมีสองอย่างให้เราสำรวจ อย่างแรกคือ Tape Recorder ซึ่งก็คือเครื่องอัดเทปและเป็นจุดเซฟของภาคนี้ อีกอย่างหนึ่งคือม้วนเทปเก่า Derelict House Footage ซึ่งเป็นไอเท็มให้เราเก็บ

เมื่อเก็บม้วนเทปมาแล้ว กลับลงมาด้านล่างแล้วเดินเข้าไปด้านในต่อ ที่ห้องใต้บันไดนั้นไม่มีอะไรให้สำรวจ ส่วนประตูด้านในสุดนั้นล็อคอยู่ เหลือเพียงประตูบานเดียวด้านขวาที่เมื่อเปิดเข้าไปก็จะเป็นห้องนั่งเล่น เราจะสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะ บนเก้าอี้ และบนพื้นจะมีรูปถ่ายให้เราสำรวจได้ ส่วนกล่องฟิวส์ที่ติดอยู่ข้างผนังเราจะสังเกตเห็นว่าฟิวส์ในส่วนของบันไดนั้นหายไป แต่สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ก็คือเอาเทป Derelict House Footage ใส่ในเครื่องเล่นวิดีโอบนทีวีซะ เมื่อใส่แล้วก็จะเป็นการรับชม (เล่น) ในสิ่งที่ทีมงานถ่ายทำรายการ Sewer Gators ได้ประสบมาก่อนหน้าเรา


เทป Derelict House Footage

ทันทีที่วิดีโอเริ่มต้นขึ้น ให้เราหันหลังกลับแล้วมองที่พื้น เราจะพบว่ามี Lockpick #1 ตกอยู่ตามภาพ เก็บมาไว้ซะ



ในวิดีโอนี้ เราทำอะไรไม่ได้มากนอกจากเดินตามเส้นทางที่กำหนด แต่เมื่อเราเข้ามาในครัวแล้วให้เราใช้ Lockpick ที่เพิ่งเก็บมาได้เมื่อสักครู่ไขลิ้นชักที่ล็อคอยู่ เมื่อเปิดแล้วในลิ้นชักจะไม่มีอะไรให้เราเก็บในตอนนี้แต่จะส่งผลกับอีธานหลังจากที่วิดีโอจบลง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในวิดีโอจะดำเนินไปแบบกึ่งอัตโนมัติ ให้เราเดินตามพีทเข้าไปด้านในบ้านเรื่อยๆ จนไปสุดทางที่ห้องนั่งเล่น พีทจะสังเกตเห็นสวิตช์ลับซ่อนอยู่ในเตาผิงแล้วทางลับในกำแพงก็จะเปิดออก เข้าไปในทางลับแล้วปีนบันไดลงชั้นใต้ดินด้านล่าง เราจะพบกับอังเดรที่หายตัวไปก่อนหน้านี้แล้ววิดีโอก็จะจบลง



เราจะกลับมาเล่นเป็นอีธานอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะทำอะไรต่อไป ให้เราเดินย้อนกลับไปที่ห้องครัวก่อนแล้วเปิดลิ้นชักที่เราปลดล็อคไปในวิดีโอเมื่อสักครู่ หากแต่คราวนี้ภายในลิ้นชักจะมี Antique Coin #1 ให้เราเก็บแล้วตามรูป (สำหรับความยาก Easy และ Normal นั้นจะมีให้เก็บทั้งหมด 18 เหรียญด้วยกัน ส่วนประโยชน์ของมันจะขอกล่าวถึงต่อไป)



กลับไปที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ให้เราหันเข้าหาเตาผิงที่เห็นในวิดีโอเมื่อสักครู่แล้วเข้าทางลับตามไป แต่เมื่อเราปีนบันไดลงไปได้ครู่หนึ่งบันไดก็จะหักลงทำให้เราไม่สามารถปีนกลับขึ้นไปได้ เดินเข้าไปด้านในจนมาถึงจุดหนึ่งที่มีน้ำขังและเราต้องลุยน้ำที่ท่วมระดับคอเข้าไป แต่ก่อนจะถึงฝั่งก็จะมีอะไรโผล่ให้เราตกใจเล็กน้อย (สวัสดีอังเดร) เรายังทำอะไรไม่ได้มาก เปิดประตูที่เห็นด้านหน้าแล้วเข้าไปต่อเราจะพบกับห้องขังที่สังเกตเห็นได้ว่ามีอานอนหลับอยู่ด้านใน ทว่าประตูนั้นโดนคล้องโซ่เอาไว้อยู่ มองไปด้านซ้ายเราจะเห็น Bolt Cutters วางบนโต๊ะพร้อมกับเอกสารให้เราสำรวจได้ จัดการสำรวจเอกสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังเราจะได้ File #2 List of Names (Front) และ File #3 List of Names (Back) ตามลำดับ เมื่อเรียบร้อยจัดการเอา Bolt Cutters ไปกดใช้ที่ตรงโซ่คล้องประตูและเปิดเข้าไปพบกับภรรยาสุดที่รักของเราได้เลย



มีอาดูจะสับสนกับสถานการณ์ไม่แพ้อีธาน แต่เธอจะนำทางเราเพื่อหนีออกไปจากบ้านหลังนี้ ที่สุดทางเธอจะเหนื่อยอ่อนและทรุดตัวลงกับโซฟาให้เราเดินไปคุยกับเธอแล้วออกสำรวจที่อื่นด้วยตัวเอง ในห้องนี้จะมีรูปถ่ายหญิงชราบนรถเข็นพร้อมกับตัวอักษรว่า E-001 แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และในบริเวณใกล้กันจะมีห้องเล็กๆ ที่มีตุ๊กตาวางบนชั้นและตุ๊กตาตกที่พื้น แต่ไม่ทันไรเราจะได้ยินเสียงร้องของมีอาพร้อมกับทางใหม่ที่เปิดออก มุ่งหน้าไปตามทางใหม่นั้นได้เลย

เมื่อเราขึ้นบันไดมาแล้ว เราจะพบว่าเรากลับมาอยู่ที่ Guest House อีกครั้ง หากแต่ช่วงเวลาโพล้เพล้ในตอนแรก บัดนี้กลายเป็นมืดสนิทแถมสายฝนกระหน่ำ เดินสำรวจเส้นทางเราจะได้แผนที่ Guest House จากในลิ้นชัก แล้วจากนั้นเดินเข้าห้องน้ำไปจะมีขวดยา First Aid Med จำนวน 2 ขวดให้เราเก็บ แต่เมื่อเราออกจากห้องน้ำแล้วเราจะได้ยินเสียงคนหรืออะไรบางอย่างทุบประตู ให้เราเดินย้อนไปยังประตูห้องใต้ดินที่เราเพิ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ขณะที่เราเดินลงบันไดก็จะพบกับอะไรบางอย่างที่คลานย้อนขึ้นมาซึ่งก็คือมีอานั่นเอง แต่คราวนี้เธอจะเปลี่ยนไปแล้ว จัดการกดปุ่มตามที่เกมบอกเพราะเราทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ไม่นานนักเหตุการณ์ก็จะจบลงและมีอาก็จะสลบไป พักหายใจครู่หนึ่งกดใช้ยาเติมพลังตามที่เกมบอก และในตอนที่เราพยายามจะเดินผ่านมีอาไปเธอก็จะลุกขึ้นมาอีกครั้งพลางโยนเราทะลุผนังเข้าห้องที่ล็อคอยู่ก่อนหน้านี้

เมื่อบังคับได้ให้มองไปทางขวาแล้วเก็บขวานขึ้นมา พยายามกดป้องกันเอาไว้เพราะเมื่อเราป้องกันสำเร็จเธอจะชะงักเปิดโอกาสให้เราโจมตีสวนได้ หลังจากที่เราโจมตีไปพักหนึ่ง ทั้งเราและเธอจะอยู่ในสภาวะที่พยายามจับแขนกันเอาไว้ ให้เรากดโจมตีรัวๆ สุดท้ายเราจะเอาขวานสับเข้าที่คอเธอได้สำเร็จแล้วมีอาก็จะกลับมาเป็นปกติพร้อมกับนอนจมกองเลือดไปในทันที

หลังจากตั้งสติได้ เราจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา เดินย้อนกลับไปตรงก่อนถึงประตูลงใต้ดินแล้วกดสำรวจโทรศัพท์ เสียงผู้หญิงลึกลับปลายสายจะบอกว่าเราสามารถหนีออกไปจากบ้านทางห้องใต้หลังคาได้ เมื่อจบบทสนทนาเราจะได้ยินเสียงประตูที่สุดทางเดินอีกฝั่งเปิดออกพร้อมกับร่างของมีอาที่หายไปแล้ว ขวานที่เราใช้เมื่อครู่จะตกอยู่ที่พื้น เก็บกลับมาถือไว้ให้อุ่นใจก็ดี

ออกจากประตูไป เราจะกลับเข้ามาในบริเวณหน้าห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ให้เราเดินย้อนกลับไปตรงตู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของห้องครัว กดใช้ Bolt Cutters เพื่อตัดสายโซ่ที่คล้องซะ ด้านในตู้เราจะเก็บ Fuse ได้ จากนั้นย้อนกลับไปที่ห้องนั่งเล่นนำเอา Fuse ที่ได้มาใส่เข้าไปจะทำให้สวิตช์บันไดบนชั้นสองใช้งานได้แล้ว ทว่าในขณะที่เราจะเดินขึ้นบันไดก็จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก แน่นอนว่าเราทำอะไรไม่ได้มากในจุดนี้ หลังจบเหตุการณ์แล้วให้เราเดินขึ้นชั้นสองแล้วกดสวิตช์เรียกบันไดลงมาได้เลย (ส่วนสิ่งที่ตกอยู่กับพื้นนั่นจะเก็บมาหรือไม่ก็ได้)

เมื่อขึ้นมาด้านบนห้องใต้หลังคา ให้เราเข้าประตูแรกที่เห็นทางด้านขวา บนโต๊ะจะมีขวดยา First Aid Med พร้อมกับปืน M19 Handgun และกระสุนวางไว้ให้ เก็บมาไว้ให้หมด ออกจากห้องแล้วเดินไปตามทางที่ห้องด้านในจะมีกระสุนปืนให้เราเก็บใกล้กับเตียง ส่วนห้องด้านขวาก็จะมีกระสุนให้เก็บเพิ่มเติม หากเราเก็บของจนครบแล้วจัดการปีนบันไดไม้ที่เห็นเพื่อหนีออกไปจากที่นี่...ซะเมื่อไหร่ล่ะ เพราะว่าคน (?) ที่เล่นงานเราก่อนหน้านี้กลับมาแล้วพร้อมกับเลื่อยไฟฟ้า ถึงเวลาต้องใช้ปืนของเราให้เป็นประโยชน์ซะที


MIA ATTIC FIGHT

พยายามยิงให้โดนบริเวณศีรษะของเธอ และพยายามเคลื่อนที่ให้เสาค้ำเพดานขวางระหว่างเรากับเธอ แม้ว่ามีอาจะเคลื่อนที่ช้าแต่บางครั้งเธอก็จะวิ่งพุ่งเข้าใส่เราอย่างรวดเร็ว เมื่อเป็นเช่นนั้นให้พยายามยิงให้โดนหัวแล้วเธอจะชะงัก แต่ถ้ายิงไม่โดนหรือหลบไม่ทันให้กดป้องกันไว้ก็พอช่วยได้ระดับหนึ่ง หากเรายิงไปถึงจุดหนึ่งและเธอของเราเริ่มปล่อยมือจากเลื่อยไฟฟ้าก็แปลว่าเราชนะแล้ว (หากใครกระสุนไม่พอเปลี่ยนไปใช้ขวานหวดแทนก็ได้) ทว่าชัยชนะของเราก็แสนสั้นเพราะเมื่อเราพยายามจะเดินหาทางหนีอื่นๆ เราจะโดนใครบางคนเข้าโจมตีจนสลบพลางลากเราไปที่ Main House ของตระกูลเบเคอร์ต่อทันที




Main House


นับแต่จุดนี้ไปตัวเกมจะเข้าสู่เนื้อหาหลักจริงๆ แล้ว ดังนั้นเราจะขอนำเสนอแผนที่ทั้งหมดในแต่ละส่วนพร้อมกับตำแหน่งของไอเท็มแต่ละอย่างให้ได้ทราบกัน (ทั้งนี้ไอเท็มที่อยู่ในกล่องซึ่งจำเป็นต้องทำลายกล่องนั้น อาจแตกต่างกันไปได้ในแต่ละครั้งจึงไม่ต้องแปลกใจหากว่าไอเท็มที่ได้ไม่ตรงกับบทสรุปนี้) โดยตัวอักษรแทนไอเท็มแต่ละชนิดในบทสรุปจะเป็นไปตามนี้

H ไอเท็มจำพวกของเติมพลัง หรือของผสมต่างๆ เช่น
Herb‚ First Aid Med‚ Strong First Aid Med‚ Supplement
A ไอเท็มจำพวกกระสุนต่างๆ
CH ไอเท็มจำพวกสารเคมี เช่น Chem Fluid‚ Strong Chem Fluid‚ Separating Agent
L Lockpick หรือกุญแจผีที่ไว้ใช้เปิดลิ้นชักหรือกล่องต่างๆ
TR รูปถ่ายบอกตำแหน่งสมบัติ
Ste Steroid ไอเท็มฟื้นพลังเต็มและเพิ่มขีดพลังชีวิตให้ยาวขึ้น
Sta Stabilizer ไอเท็มช่วยให้ความเร็วในการเติมกระสุนเพิ่มขึ้น
K Key Item หรือไอเท็มที่จำเป็นสำหรับการผ่านฉาก
W อาวุธต่างๆ ที่มีให้เก็บ
C Antique Coin หรือเหรียญที่ไว้ใช้หยอดเพื่อรับไอเท็มพิเศษ
F File เอกสารในเกม
ME Mr.Everywhere หรือตุ๊กตานักอเมริกันฟุตบอลที่เราต้องทำลายให้ครบ
B กระเป๋าเพิ่มช่องเก็บไอเท็มของเรา
R Repair Kit หรือไอเท็มสำหรับซ่อมแซมปืนที่เสียหาย
M แผนที่


แผนที่ของ Main House ในแต่ละชั้นและตำแหน่งไอเท็ม









เมื่อเราได้สติขึ้นมาเราจะพบว่าตัวเราโดนมัดติดอยู่กับเก้าอี้พลางต้องร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวเบเคอร์อันสุดแสนจะวิปริต (และของที่เราทำตกไว้ก่อนหน้านี้ บัดนี้โดนประกบเย็บกลับที่เดิมแล้ว) หลังจบเหตุการณ์อันสุดจะชวนแหวะไป ให้เราลองขยับตัวดูเราจะทำเก้าอี้ล้มและหลุดจากพันธนาการออกมาได้ เมื่อลุกขึ้นมาได้แล้วเราจะมีเวลาสำรวจบริเวณโดยรอบห้องทานอาหารและในครัว (ส่วนหญิงชราที่นั่งหลับบนเก้าอี้ไม่ต้องสนใจ) และในตอนนี้ถ้าเรากดหน้าจอไอเท็มขึ้นมาจะเห็นว่าเรามีอุปกรณ์ติดข้อมือแล้ว โดยมันจะเป็นหน้าจอบอกพลังชีวิตของเรา และแบ่งสีตามภาคก่อนเลยนั่นคือ สีเขียวคืออยู่ในระดับดี สีเหลืองคือพลังเราลดระดับลงมาเล็กน้อยแต่ยังดีอยู่ สีส้มคือใกล้จะเข้าระดับอันตราย ส่วนสีแดงคืออันตรายมาก จากนั้นให้สำรวจโน้ตที่แปะอยู่ข้างเคาเตอร์ครัวแล้วจะได้ File #4 Home-improvement Store Receipt ตามรูป



ห้องนั่งเล่นที่ติดกับห้องทานอาหารจะมีนาฬิกาเจ้าคุณปู่ขนาดใหญ่อยู่ แต่สิ่งที่หายไปก็คือตุ้มแกว่งให้เราจำจุดนี้เอาไว้ ภายในห้องนี้จะมีหนังสือพิมพ์ให้เราสำรวจได้ เมื่อกดอ่านก็จะได้ File#5 Newspaper Article – Missing People มา จากนั้นก็ออกจากบริเวณนี้ได้เลย ให้เราสังเกตหลังครัวว่าจะมีประตูเข้าไปข้างใน ด้านในห้องจะมีจุดนึงที่เราสามารถเปิดแล้วลงไปใต้พื้นได้แต่ตอนนี้มันโดนล็อคกุญแจอยู่ให้เราจำจุดนี้เอาไว้ ให้ดี



ออกจากห้องทานอาหารแล้วไปบริเวณทางเดินยาว เราจะเห็นว่ามีทางนึงไปสู่โรงรถแต่เรายังไปทำอะไรไม่ได้ตอนนี้ ให้เรามุ่งหน้าไปตามทางเดินก่อน ที่สุดทางตรงมุมจะมีโต๊ะเล็กอยู่บนโต๊ะจะมี Hatch Key ไว้ใช้เปิดทางใต้พื้นก่อนหน้านี้ ปัญหาคือเมื่อเราเดินเข้าไปไม่นานแจ็ค เบเคอร์ ก็จะโผล่ออกมาพร้อมกับพลั่วในมือและจะไล่ตามเราทันที สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเจอมันไล่ล่าคือต่อให้เราวิ่งมันก็ยังจะตามเราทัน จุดนี้เราต้องพยายามหลบสายตามันแล้ววิ่งไปเก็บกุญแจ Hatch Key มาเพื่อเปิดทางไปต่อ ในตอนที่เราหนีมันหากว่าเราปิดประตูหลังจากเราผ่านห้องมาก็จะพอถ่วงเวลามันได้ระดับนึง เมื่อเปิดทางบนพื้นได้แล้วให้เรารีบลงไปโดยเร็ว (ตรงจุดนี้หากว่าเราโดนแจ็คจับตัวได้ก่อนลงด้านล่าง เราจะโดนแจ็คใช้พลั่วตัดขาขาดทันที แต่เรายังสามารถคลานเก็บขาพร้อมกับขวดยาเติมพลังที่แจ็ควางไว้แล้วนำขามาต่อใหม่ได้ ซึ่งเมื่อต่อขาเสร็จก็รีบเผ่นลงใต้พื้นได้เลย) เมื่ออยู่ใต้พื้นให้เรามุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ แต่ในขณะที่เราเห็นเครื่องตัดหญ้าใต้พื้นเราจะสามารถเก็บ Antique Coin #2 ได้ตามรูป



เมื่อเรามุ่งหน้าต่อไป สุดท้ายเราจะโผล่มาที่ห้องเซฟซึ่งเป็นห้องซักรีด ไล่เก็บไอเท็มในห้องนี้ให้หมด โดยที่ในกล่องส้มจะมี Lockpick #2 ให้เก็บตามรูป



นอกจากนั้นแล้ว ให้ลองสังเกตใต้ชั้นวางที่มีจุดเซฟเราจะเห็น Mr. Everywhere #1 แต่ตอนนี้เรายังไม่มีอาวุธที่จะใช้ทำลายอะไรมันได้ ให้เราจำเอาไว้ก่อน



ดังนั้น ตอนนี้ให้เราออกจากห้องไปเลย แต่ทันทีที่เราก้าวออกจากห้อง โทรศัพท์ในห้องเซฟก็จะดังขึ้น ให้เรากดรับโทรศัพท์ซะแล้วเสียงปลายสายจะบอกให้เราออกจากบ้านผ่านทางห้องโถงกลาง ทว่าเมื่อเราไปสำรวจที่ประตูออกสู่ห้องโถงกลางจะพบว่ามันโดนล็อคอยู่ซึ่งจะต้องไปเอา Centaur Emblem มาใส่ เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ให้เราเดินย้อนกลับมาบริเวณห้องทานอาหาร ในช่วงนี้เราจะได้ยินเสียงคนเคาะกระจก เมื่อเดินเข้าไปหาแล้วเราจะพบกับปลัดอำเภอที่มาสอบถามเรื่องราวจากเรา แต่สุดท้ายเขาจะบอกให้เราไปพบกับเขาในโรงรถพร้อมกับให้มีดพกเรามา (แม้เราจะขอปืนก็ตาม) กระนั้นก็ยิ่งดีกว่าวิ่งในบ้านนี้มือเปล่าแน่นอน แต่ก่อนอื่นตอนนี้เราพร้อมไปที่โรงรถแล้ว เดินลงบันไดของโรงรถแล้วสำรวจกล่องข้างประตู เราจะใช้มีดตัดเทปที่ปิดอยู่และสามารถกดสวิตช์เปิดประตูโรงรถได้

ที่ด้านในโรงรถเราจะเห็นปลัดอำเภอคนเดิมสำรวจอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อเราเดินเข้าไปจะมีบทสนทนาเล็กน้อยที่จบลงอย่างสยดสยอง ให้เราจัดการเก็บปืน G17 Handgun ของปลัดอำเภอมาใช้ซะ แต่การสู้กับแจ็คซึ่งๆหน้าในตอนนี้จะไม่ขอแนะนำ ให้เราวิ่งสำรวจในห้องจะมีกุญแจรถ (Car Keys) วางอยู่ จัดการเก็บมาซะ ซึ่งจากจุดนี้จะมีความเป็นไปได้อยู่สามทาง
1. เราวิ่งเข้ารถและสตาร์ทรถได้ทันเวลา เราจะสามารถขับรถไล่ชนแจ็คได้โดยไม่ต้องสู้กันซึ่งๆ หน้า แต่ในตอนที่เราชนแจ็คจนคิดว่ามันแน่นิ่งไปแล้ว มันจะโผล่ขึ้นมากระชากหลังคารถเราทิ้งพลางจับพวงมาลัยเราบังคับรถให้พุ่งเข้าใส่กองเหล็กเส้น ทว่าสุดท้ายกลับเป็นมันเองที่โดนเหล็กกระแทกจนยับเยิน
2. เราวิ่งเข้ารถและสตาร์ทรถ แต่มันมากระชากเราออกจากรถก่อนจะเข้าไปขับแทน ซึ่งเราจะต้องคอยหลบหลีกการไล่ชนของมันพลางโจมตีมันไปจนกว่ามันจะฟุบคารถ
3. เราโจมตีมันถึงระดับหนึ่ง แล้วมันจะเดินไปขึ้นรถเพื่อขับไล่ชนเราแทน ซึ่งเราก็ต้องคอยหลบหลีกและโจมตีมันจนกว่ามันจะฟุบ
ไม่ว่าจะทางใดก็แล้วแต่ สุดท้ายรถของเราจะเกิดไฟลุกท่วมคัน แต่แจ็คจะเดินเข้ามาหาเราทั้งที่ไฟลุกทั้งตัว หากมันเดินเข้ามาหาเรามันจะพยายามบีบคอเรา แต่สุดท้ายรถจะเกิดระเบิดขึ้นจนมันฟุบลงไปแน่นิ่ง หรือในขณะที่มันเดินมาหาเราหากเรายิงต้านมันไว้ได้ครู่หนึ่ง รถก็จะเกิดระเบิดขึ้นจนมันฟุบไปได้เช่นกัน

เมื่อการต่อสู้จบลง เราจะสังเกตเห็นบันไดให้เราปีนขึ้นด้านบนได้ แต่ในทันทีที่มือเราแตะบันได แจ็คจะลุกขึ้นมาหยุดเราไว้แต่เหตุการณ์ทั้งหมดก็จะจบลงที่เสียงปืนหนึ่งนัดเช่นกัน เมื่อจบเรื่องแล้วให้เราปีนขึ้นด้านบน กดสำรวจรูปภาพที่วางอยู่บนชั้น หมุนรูปไปที่ด้านหลังพร้อมปลดสกรูที่ยึดออกแล้วเราจะเก็บ Ox Statuette ออกมาได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วจัดการผลักชั้นวางออกไปให้พ้นทาง เดินตรงไปนิดเดียวแล้วเราจะกลับมาโผล่ตรงหน้าประตูโรงรถอีกครั้ง และในคราวนี้เราจะมีอาวุธที่สามารถทำลาย Mr.Everywhere ได้แล้ว หากต้องการเราสามารถย้อนกลับไปห้องเซฟเพื่อทำลาย Mr. Everywhere #1 ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้

เมื่อเรียบร้อยแล้วให้เราเดินไปที่บริเวณประตูทางเข้าห้องโถงกลาง แต่ก่อนอื่นให้เรามองไปยังบริเวณโต๊ะเก้าอี้ที่วางกองระเกะระกะกันอยู่ เราจะเห็น Mr. Everywhere #2 ให้ทำลายด้วยตามรูป



จากนั้นให้กดใช้ Ox Statuette กับที่ประตูเพื่อเข้าสู่ห้องโถงกลางต่อไปได้ทันที ทว่าประตูทางออกจากบ้านนั้นยังไม่สามารถเปิดได้เพราะโดนล็อคเอาไว้ การที่จะเปิดได้จำเป็นต้องใช้ตรารูปสุนัขสามหัวมาใส่เสียก่อน ทันใดนั้นโทรศัพท์จะดังขึ้นให้เรากดรับโทรศัพท์เพื่อสนทนา จากนั้นเราจะต้องไปหาตราสุนัขมาใส่เพื่อหนีออกไปจากบ้านหลังนี้  จากตรงโทรศัพท์หันไปมองด้านซ้ายจะเห็นลิ้นชักที่ด้านในมี Antique Coin #3 อยู่



และด้านข้างประตูที่เราเพิ่งออกมาจะมีตุ๊กตา  Mr.Everywhere#3 อยู่ด้วย ทำลายมันซะ จากนั้นหันหลังมองไปยังฝั่งตรงข้ามของห้องโถงจะมีห้องหนึ่งที่มีพัสเซิลเงาให้แก้ แต่ตอนนี้เรายังไม่มีไอเท็มที่จะมาใช้ได้ ถึงอย่างนั้นบนโต๊ะก่อนเข้าห้องจะมีหนังสือพิมพ์วางอยู่จะได้ File#6 Newspaper Article – Over 20 Missing People





ในตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็คือสำรวจนาฬิกาเจ้าคุณปู่ที่ชั้นแรก เมื่อกดสำรวจแล้วเราจะได้ Pendulum มา จากนั้นให้เรากลับไปยังห้องนั่งเล่น (ข้างห้องทานอาหารที่เราโดนจับมัดในตอนแรก) ที่ด้านในห้องนั่งเล่นจะมีนาฬิกาเจ้าคุณปู่อยู่ซึ่งมีรูปแบบเหมือนกัน จัดการนำเอา Pendulum ใส่ลงไปแล้วเราจะได้ White Dog′s Head มาแทน นำเอาไอเท็มที่เพิ่งได้มาใหม่ไปใส่ตรงประตูหน้าของห้องโถงกลางได้เลย

เมื่อเรียบร้อยแล้วให้เราขึ้นบันไดไปบนชั้นสองของบ้าน ที่ชั้นสองจะมีประตูอยู่สองฝั่งโดยที่บานหนึ่งจะโดนล็อคเอาไว้ซึ่งต้องเอากุญแจ Snake Key มาไข แต่เราจะยังไม่ได้มาในเร็วๆ นี้ ให้ไปที่ประตูอีกฝั่งหนึ่งแทน (ส่วนคุณยายที่นั่งรถเข็นนั่นไม่จำเป็นต้องสนใจ เธอไม่ทำอะไรเราหรอก)  เมื่อเข้ามาแล้วหากเราไปทางขวาจะเป็นระเบียงที่เราสามารถเห็นพื้นที่บริเวณสวนของตระกูลเบเคอร์ได้ และเราจะเห็นมาเกอรีตเดินไปมาอยู่ด้วยแต่เรายังไม่ต้องสนใจเธอในตอนนี้ ให้เราเดินตามระเบียงไปแล้วเราจะเห็นประตูด้านซ้ายมือที่เปิดเข้าไปสู่ห้องสันทนาการ (Recreation Room) โดยในห้องนี้จะมีเครื่องเล่นวิดีโออยู่ พร้อมกับวิดีโอใหม่ที่ชื่อ Mia แต่ก่อนจะเล่นเทปให้เราสำรวจห้องก่อน ในห้องนี้จะมีหุ่นสำริดตัวหนึ่ง ลองดูบริเวณใกล้เคียงเราจะเจอ Antique Coin#4 และ Mr.Everywhere#4 ที่ซ่อนอยู่ในตะกร้าจัดการเก็บเหรียญและทำลายตุ๊กตาซะ



ส่วนที่ใต้หัวกวางจะมีกระดาษวางอยู่บนโต๊ะ เมื่อสำรวจแล้วก็จะได้ File#8 Jack′s Memo และเมื่อเราเดินไปด้านหลังบาร์จะมีลิ้นชักที่เราเปิดได้ ด้านในจะมี File#7 Jack′s Journal อยู่





เมื่อสำรวจเสร็จแล้ว ให้มองดูมุมชั้นวางสื่อบันเทิงต่างๆในบริเวณใกล้เคียงกัน จะมีหนังสือขนาดใหญ่เล่มหนึ่งที่เราสำรวจได้และจะพบกับ Blue Dog′s Head ข้างใน เมื่อเก็บมาแล้วจะวิ่งกลับไปใส่ประตูหน้าของห้องโถงกลางก่อนก็ได้ เก็บของสำคัญทุกอย่างแล้วก็นำเอาเทปใหม่ที่เพิ่งได้มาใส่เข้าไปในเครื่องเล่นแล้วรับชม (เล่น) ได้เลย


วิดีโอเทป Mia 

เทปนี้จะบอกเล่าเรื่องราวของมีอา หลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อเราเริ่มบังคับได้แล้วให้เราเดินเข้าไปในประตูด้านหน้าที่เห็นแล้วเราจะมาสู่พื้นที่ของ Old House พอเข้าด้านในให้เราหันซ้าย พื้นด้านหน้าจะถล่มหมดจนเดินข้ามไปอีกฝั่งไม่ได้ แต่เราสามารถเข้าประตูที่เห็นด้านหน้าได้ เมื่อเข้าไปในห้องจะไม่มีอะไรให้เราทำมากนักนอกจากตรงไปเข้าประตูอีกฝั่งหนึ่งของห้อง พอเราออกจากประตูมาแล้ว เราจะเห็นลังขนาดใหญ่อยู่ซ้ายมือส่วนประตูด้านขวานั้นจะเปิดไม่ได้ แต่ทันใดนั้นเองที่มาเกอรีตจะเปิดประตูเข้ามาจากทางฝั่งซ้าย ให้เรารีบย่อตัวหลบหลังลังทันที รอจนกว่ามาเกอรีตจะเปิดประตูที่เราเข้าไม่ได้ก่อนหน้านี้ เมื่อเธอเข้าไปแล้วให้เราไปยังประตูที่เธอออกมาเมื่อครู่นี้ทันที

เมื่อเราเข้าห้องมาแล้ว เราจะพบว่าตรงกลางห้องมีพัสเซิลเงาคล้ายกับที่เราเห็นในห้องโถงกลางของ Main House แต่เรายังแก้ปริศนานี้ไม่ได้ในตอนนี้เพราะมาเกอรีตจะเปิดประตูตามหลังเข้ามา ให้เรารีบออกไปตรงระเบียงด้านนอก ไปที่ด้านขวาจนสุดทางแล้วย่อตัว รอคอยจนกว่าเธอจะออกจากห้องไปเราจึงจะไปแก้พัสเซิลเงาได้ (ระวังให้ดีเธอจะเดินไปเดินมาครู่หนึ่งก่อนที่จะออกจากห้องไป ให้รอจนไม่ได้ยินเสียงพูดเธอแล้วจึงจะปลอดภัย) โดยการแก้พัสเซิลเงาก็คือให้เราหมุนวัตถุจนมีเงาในรูปทรงแบบเดียวกับรอยที่เห็นบนรูปภาพแล้วกดปุ่มยืนยันทางลับก็จะเปิดออก (ไม่จำเป็นต้องลงรอยเป๊ะ ขอให้ใกล้เคียงก็พอแล้ว)

แทรกตัวเข้าไปยังทางลับที่เปิดออก ที่ปลายทางเราจะมาโผล่ยังอีกฟากหนึ่งของห้องที่เราข้ามมาไม่ได้ในทีแรก ให้เราเดินไปยังที่ด้านในแต่ก็จะเจอกับมาเกอรีตอีกครั้ง กลางห้องนั้นจะมีกองลังและเก้าอี้ที่สุมอยู่พอให้เราหลบได้ สิ่งที่เราต้องทำก็คือย่อตัวหลบหลังวัตถุพวกนี้ให้พ้นสายตาเธอ โดยที่เธอจะเดินวนไปมารอบกองลังพวกนี้ หาจังหวะที่เธอเดินไปแล้วมุ่งหน้าไปยังด้านในของห้อง เราจะพบกับจุดที่พื้นไม้ทะลุให้เราลงไปด้านล่างได้ ที่ด้านล่างให้เรามุ่งหน้าไปตามทาง แต่แล้วเส้นทางก็จะปิดลง พร้อมกับมีรูปถ่ายให้สำรวจในลังใกล้ๆกัน จากนั้นแสงเทียนก็จะดับลงพร้อมกับเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้วิดีโอจบลง



เราจะกลับมาบังคับอีธานอีกครั้ง ซึ่งหากเราสำรวจแล้วจะพบว่าในห้องนี้เชื่อมอยู่กับ Grandma′s Room ที่เรายังเข้าไม่ได้ ดังนั้นให้เราออกจากห้องแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำก่อน (หากเราออกมาตรงทางระเบียงให้เราหันซ้ายแล้วเดินตามทาง สุดทางเราจะเห็นกล่องไอเท็มที่จำเป็นต้องใช้ Lockpick ในการไข) โดยที่ในโถส้วมจะมี Antique Coin#5 อยู่



ส่วนในอ่างน้ำจะมีสสารสีดำเต็มไปหมด จัดการระบายน้ำออกเพื่อเก็บ Wooden Statuette ในนั้นมา แต่ทันทีที่เรากำลังจะออกจากห้อง เพื่อนเก่าเราก็จะปรากฏตัวอีกครั้ง แจ็คที่เราเจอจะเป็นศัตรูที่คอยตามล่าเราโดยที่เราไม่สามารถฆ่ามันให้ตายสนิทได้  เต็มที่คือเราโจมตีมันจนกระอักเลือดแล้วมันจะล้มฟุบลงไป แต่ไม่นานมันก็จะฟื้นกลับมาไล่ล่าเราอีก ดังนั้นหากเราหนีได้ก็ควรหนี แต่หากจำเป็นต้องสู้ก็ทำให้มันล้มแล้วรีบเผ่นไปที่อื่นจะดีกว่า ซึ่งเป้าหมายของเราตอนนี้คือกลับลงไปที่ชั้น 1 แล้วนำ Wooden Statuette ไปใช้แก้พัสเซิลเงาซะ แต่ปัญหาคือถ้าหากว่าแจ็คกำลังตามล่าเรา เราจะไม่สามารถแก้พัสเซิลได้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็พยายามหลบหนีให้พ้นสายตาหรือไม่ก็ทำให้แจ็คสลบในห้องอื่นจะดีกว่า

การแก้ปริศนาจุดนี้ใช้วิธีการเล่นแบบเดียวกันกับตอนที่เราเล่นวิดีโอเทปของมีอา นั่นคือพยายามหมุนวัตถุให้ได้รูปทรงเดียวกับบนภาพ เมื่อแก้ได้เรียบร้อยแล้วทางลับจะเปิดออกให้เราเดินแทรกตัวผ่านไปได้ เมื่อเรามาโผล่อีกด้านหนึ่งก็จะอยู่ใน Drawing Room ซึ่งตรงจุดนี้แจ็คจะไม่ตามเรามา ในห้องนี้จะมีไอเท็มมากมายให้เราเก็บก็จัดการเก็บมาให้หมดซะ หากเราสังเกตให้ดีจะมีประตูหนึ่งที่ล็อคอยู่พร้อมกับซากอีกาที่ติดบนประตู จุดนี้เราจะต้องใช้ Crow Key มาไข แต่เราจะยังทำอะไรไม่ได้ตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ด้านข้างประตูจะมี Mr.Everywhere#5 อยู่ จัดการทำลายมันซะ



มุ่งหน้าเข้าไปด้านในต่อ เมื่อเข้าในอีกห้องหนึ่งแล้วเราจเห็นว่าบนโต๊ะมีกล่องที่จะต้องใช้ Lockpick ไข นอกจากนั้นแล้วในที่เขี่ยบุหรี่ก็จะมี Antique Coin#6 ให้เก็บด้วย



จากนั้นให้เราเดินต่อเข้าไปในประตูที่มีเมือกดำเต็มไปหมด โดยที่ห้องถัดไปจะมีเมือกดำเช่นว่าขึ้นตามผนังและเพดาน และในขณะที่เรากำลังจะมุ่งหน้าไปต่อตามทาง ศัตรูประจำภาคอย่าง Molded ก็จะปรากฏตัวออกมา การจะกำจัดพวกมันได้ดีที่สุดก็คือการยิงหัวพวกมันซึ่งโดยทั่วไปจะใช้กระสุนราว 3 นัดต่อหนึ่งตัว เมื่อเราออกจากห้องมาก็จะพบกับทางเดินยาวอีกครั้ง ที่สุดทางจะเจอประตูที่ล็อคและจำเป็นต้องใช้ Scorpion Key ไข แต่ให้เราเลี้ยวขวาเมื่อตรงไปครู่เดียวจะพบกับบันไดลงชั้นใต้ดิน แต่ก่อนจะลงใต้ดินให้เราเข้าห้องข้างบันไดก่อนเพราะนั่นคือห้องเซฟอีกห้องหนึ่ง ภายในห้องเซฟนี้จะมีลิ้นชักที่จำเป็นต้องใช้ Lockpick ไข และในชิ้นชักใต้เครื่องเล่นแผ่นเสียงจะมีเอกสารให้อ่านซึ่งก็คือ File#9 Travis Memo (Front) และเมื่อพลิกไปด้านหลังก็จะมี File#10 Travis Memo (Back) ให้อ่าน



เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วให้เรามุ่งหน้าลงบันไดไปชั้นใต้ดินต่อไป เมื่อลงมาด้านล่างด้านขวาจะมีประตูแต่ตอนนี้จะล็อคอยู่และเราต้องเปิดจากอีกฝั่งเท่านั้น ดังนั้นให้เรามุ่งหน้าไปตามทางเดินที่มีเมือกดำขึ้นเต็มไปหมดแทน (แน่นอนว่าในบริเวณนี้เราจะเริ่มเจอศัตรูเป็นพวก Molded แล้ว) เดินไปครู่หนึ่งเราจะเห็นประตูห้อง Incinerator Room ให้เราเข้าไปด้านในได้เลย

กำจัดศัตรูด้านในแล้ว ให้เราอ่านเอกสารที่แปะอยู่เหนือซิงค์ล้างมือจะได้ File#11 Incinerator Room Memo



โดยหลังจากนี้เราจะต้องแก้ปริศนาโดยการไปเปิดตู้เก็บศพตู้ขวาสุด ด้านในจะเห็นป้ายชื่อ Tamara อยู่ จากนั้นให้สังเกตว่าจะมีตู้หนึ่งที่มีรอยฝ่ามือเปื้อนเลือด จัดการเปิดตู้นี้ซะ แล้วตู้ซ้ายสุดที่มีป้ายชื่อ Travis ก็จะสามารถเปิดได้แล้ว และทันทีที่เราเปิดตู้ออกมาก็จะมีเรื่องเซอร์ไพรส์เล็กน้อย จะจัดการกับเซอร์ไพรส์ครั้งนี้อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้เก็บ Dissection Room Key มาด้วย

เก็บกุญแจ  Dissection Room Key มาเรียบร้อยแล้วให้เราออกจากห้องแล้วมุ่งหน้าไปตามทาง ไม่นานเราจะเห็นประตู Workshop แต่มันถูกล็อคจากอีกฝั่งเราจะเข้าไม่ได้ ให้ข้ามห้องนี้ไปก่อน หันหลังกลับมาจากห้อง Workshop จะมีประตูด้านซ้ายที่เปิดเข้าไปได้ กับตรงด้านหน้าที่มีประตูเหล็กซึ่งเราสามารถเปิดได้ เมื่อเปิดประตูเหล็กแล้วให้เรามองด้านขวามือจะเห็นประตูที่ล็อคในทีแรกที่เราลงบันไดมา จัดการปลดล็อคจากด้านนี้ได้เลย เรียบร้อยแล้วให้เราสำรวจบริเวณนี้จะมีไอเท็มให้เก็บมากมายรวมถึงแผนที่ของชั้นนี้ด้วย และหลังจากที่เราเก็บแผนที่มาแล้วให้เรามองที่บริเวณกำแพงจะมีช่องเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับแผงไม้ ในนั้นจะมี Antique Coin#7 อยู่



เก็บเหรียญมาแล้ว ให้สำรวจที่บริเวณถุงใส่เนื้อเราจะสามารเก็บ Scorpion Key ได้แล้ว นอกจากนั้นยังมี Lockpick ให้เราเก็บจากในตู้แช่แข็ง ส่วนบริเวณชั้นวางกระทะและหม้อจะมี Treasure Photo ที่บอกตำแหน่งที่ซ่อนไอเท็มพิเศษให้เราทราบ (ขอแจ้งให้ทราบว่าแม้เราจะทราบแล้วว่าไอเท็มอยู่ตรงไหน แต่ถ้าไม่เก็บรูปถ่ายมาก่อนจะยังไงก็ไม่สามารถเก็บไอเท็มมาได้)



ซึ่งหากเราย้อนกลับไปที่ห้อง Drawing Room และสำรวจเหนือเตาผิงก็จะสามารถเก็บ Steroids อันเป็นไอเท็มเติมพลังชีวิตเต็มให้เราแถมยังเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดให้เราถาวรอีกต่างหาก



หากเก็บของที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ให้เรามุ่งหน้าต่อเข้าไปด้านในเราจะเจอบันไดลงไปด้านล่าง ที่สุดทางเราจะเจอประตูที่ต้องใช้ Snake Key เปิดแต่เราจะยังทำอะไรกับประตูนี้ไม่ได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามแถวนี้จะมี Mr.Everywhere#6 ให้เราทำลายด้วยเช่นกัน จากนี้ก็ได้เวลาที่เราจะไปเก็บปืนลูกซองมาใช้ซะที



ให้เรากลับขึ้นมายังบริเวณห้องโถงกลาง (Main Hall) โดยใช้ Scorpion Key เปิดประตูทางเชื่อมกับห้องโถงกลาง แล้วขึ้นไปชั้นสองในห้อง Recreation Room (ระวังแจ็คที่ป้วนเปี้ยนไปมาด้วย) เราจะสามารถใช้ Scorpion Key เปิดเข้าไปใน Grandma′s Room ได้ ซึ่งในห้องนี้จะมี Broken Shotgun ให้เราเก็บ นอกจากนั้นแล้วบริเวณตู้เสื้อผ้ายังมี File#12 Memo About Relief ส่วนในลิ้นชักก็จะมี File#13 Doctor′s Letter อีกด้วย





กลับลงมาที่ห้องโถงกลาง ตรงกลางห้องด้านในเราจะเห็นรูปปั้นที่ถือปืนลูกซอง M37 Shotgun อยู่ แต่ทันทีที่เราเก็บปืนมาประตูก็จะปิดลงและขังเราเอาไว้ด้านใน ให้เรานำเอา Broken Shotgun ไปใส่มือรูปปั้นแทน เราก็จะได้ปืนลูกซองมาใช้แล้ว จากนั้นเตรียมกระสุนและยาเติมพลังให้พร้อมก่อนกลับลงไปชั้นใต้ดิน จากนั้นเข้าไปในห้องใกล้กับ Workshop เราจะเห็นว่าทั้งห้องนี้เต็มไปด้วยเมือกดำแทบทั้งห้อง พร้อมกับศัตรูที่จะปรากฏตัวออกมา กำจัดพวกมันแล้วมุ่งหน้าเข้า Boiler Room ต่อไป

ที่ด้านในของ Boiler Room จะมีศัตรูโผล่มาเล่นงานเรา กำจัดพวกมันแล้วมุ่งต่อไปด้านในจนพบประตูที่เราต้องใช้ Dissection Room Key ในการเปิด ทันทีที่เราเปิดประตูออกไปเราก็จะเห็น Red Dog′s Head ที่วางอยู่บนชั้นให้เราเก็บ แต่ยังไม่ทันที่เราจะคว้ามาได้แจ็คก็หยิบมันไปซะก่อน

เดินต่อเข้าไปด้านในพลางเก็บไอเท็มที่วางไว้ให้เราประหนึ่งจะเตือนว่าใกล้ได้สู้กับบอสมาให้หมด เมื่อเราเข้าอีกห้องหนึ่งมาก็จะพบว่าตอนนี้เราอยู่ในห้องดับจิต (Morgue) เมื่อเราขึ้นบันไดไปก็จะเห็นว่าห้องทางขวามือคือจุดที่เราเห็นแจ็คเมื่อสักครู่พร้อมกับศพปลัดอำเภอผู้น่าสงสาร เมื่อเราเดินไปตามทางก็จะพบกับ Red Dog′s Head ที่แขวนไว้ให้เก็บอย่างเย้ายวน และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามื่อเราเก็บมันมาแล้วแจ็คก็จะปรากฏตัวออกมาและสู้กับเราทันที นี่จะเป็นการสู้บอสอีกครั้งนึงของเราแล้ว


JACK MORGUE FIGHT

บรรดาศพที่แขวนอยู่นั้นเราสามารถเตะใส่แจ็คให้เซได้ อันจะเปิดโอกาสให้เราวิ่งทิ้งระยะหรือยิงใส่แจ็คได้ฟรีๆ เมื่อเราโจมตีแจ็คจนบาดเจ็บไปถึงจุดหนึ่งมันจะทิ้งอาวุธของตัวเอง พลางหันไปฉีกรั้วเหล็กและหยิบเลื่อยไฟฟ้ามาใช้เล่นงานเราแทน แต่ไม่ต้องตกใจไป พอแจ็คฉีกรั้วเหล็กแล้วเราก็จะสามารถเก็บเลื่อยไฟฟ้าของเราเองได้เหมือนกัน จากนี้จะเป็นการต่อสู้ระหว่างเลื่อยไฟฟ้าแล้ว

คำแนะนำในการต่อสู้ครั้งนี้ก็คือ พยายามใช้การย่อตัวและการป้องกันให้เป็นประโยชน์ ตราบใดที่แจ็คไม่ฟันเราในแนวตั้งการย่อจะช่วยให้เรารอดพ้นการโดนโจมตีได้มาก อีกทั้งการป้องกันก็ทำให้เราสามารถอึดสู้ได้นานขึ้น การโจมตีของแจ็คจะมีไม่กี่รูปแบบ มันจะเหวี่ยงโจมตีสามครั้งติดต่อกัน พอครบครั้งที่สามให้เราเข้าไปใช้เลื่อยโจมตีมันแล้วถอยฉากออกมา แต่ในบางครั้งมันจะวิ่งเข้าหาเราตรงๆ ให้เราหลบหลีกให้พ้นหรือกดป้องกันก็จะช่วยได้มาก

เมื่อเราโจมตีมันถึงจุดหนึ่ง เราจะใช้เลื่อยผ่าหัวของมันพร้อมกับที่มันเผยจุดอ่อนให้เห็น อย่ารอช้าใช้เลื่อยฟันจุดอ่อนมันทันที ครู่เดียวมันก็จะฟื้นตัวแต่การโจมตีมันจะไม่เปลี่ยนแปลง ให้เราใช้วิธีเดิมซ้ำไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งมันจะหันไปทำลายเสากลางห้อง หากมันทำแบบนี้แปลว่าการต่อสู้ใกล้จบลงแล้ว จัดการโจมตีมันอย่างต่อเนื่อง แล้วสุดท้ายเราก็จะได้รับชัยชนะ



มุ่งหน้ากลับไปยังห้องโถงกลางแล้วนำเอา Red Dog′s Head ไปใส่ประตูหน้าซะ เราจะสามารถออกไปยังบริเวณพื้นที่ด้านหลังบ้านของตระกูลเบเคอร์ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะรอดตายเสียทีเดียว...



Yard

แผนที่ของ Yard และตำแหน่งไอเท็ม



เมื่อชนะแล้วจัดการนำเอาตราหัวสุนัขไปใส่ที่ประตูหน้าให้ครบจนหมดแล้วเราก็จะออกจาก Main House ได้ แต่เราก็ยังไม่รอดซะทีเดียวเพราะบริเวณที่เราออกมาคือสวนหลังบ้าน ทันทีที่ออกมาให้เดินลงบันไดที่เห็นตรงหน้าแล้วมองที่ขอบบันไดจะมีไหที่สำรวจได้และจะพบกับ Lockpick ข้างใน



จากนั้นให้เดินลงมาที่พื้นแล้วมองไปด้านขวามือเราจะเห็นกระถางดินที่มี Antique Coin#8 วางอยู่ จัดการเก็บมาซะ



เมื่อเก็บเหรียญมาแล้ว ให้เราเดินย้อนกลับมาที่บริเวณระเบียงบ้านแต่ไม่ต้องขึ้นบันไดไป เดินเลียบระเบียงตามพื้นจะมีจุดหนึ่งที่มีแผ่นสังกะสีปิดอยู่ซึ่งเราสามารถกดสำรวจเพื่อเปิดทางเข้าไปด้านใต้ระเบียงบ้านได้ ที่ข้างในนั้นจะมีกล่องอยู่ ทำลายกล่องซะแล้วจะมี Repair Kit ให้เราเก็บ



เก็บของสำคัญบริเวณใกล้ตัวบ้านครบถ้วนแล้ว ให้เรามุ่งหน้าไปยังรถบ้านที่เห็นอยู่ตรงกลางสนามได้เลย ซึ่งรถบ้านนี้ก็ไม่ใช่ของใครที่ไหนแต่เป็นของโซอี้ที่คอยติดต่อและให้ความช่วยเหลือแก่เราผ่านทางโทรศัพท์มาตลอดนั่นเอง แต่ก่อนที่จะเข้าไปด้านในรถบ้าน ให้เราสังเกตที่บันไดขั้นเล็กก่อนเข้าสู่ตัวรถ เราจะเห็น Mr.Everywhere#7 อยู่ จะใช้มีดฟันหรือยิงมันก็ตามสะดวก



ที่ด้านในของรถบ้าน จะเป็นห้องเซฟพร้อมกับลังเก็บของสี่มิติที่เราคุ้นเคยแถมด้วยเครื่องเล่นวิดีโอเทป แต่สิ่งสำคัญภายในรถบ้านนี้ก็คือกรงนกจำนวน 3 กรงนั่นเอง ภายในกรงนกจะมีไอเท็มดีๆ ให้เราเก็บได้หากว่าเราใช้ Antique Coin หยอดเหรียญตามจำนวนตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนกรง ซึ่งของทั้ง 3 ชิ้นก็คือ Steroids ที่ต้องใช้ 3 เหรียญ และยังมี Stabilizer ที่ต้องใช้ 5 เหรียญ (ไอเท็มชิ้นนี้จะช่วยให้เราเติมกระสุนของปืนทุกชนิดได้ไวขึ้นเป็นการถาวร) ส่วนชิ้นสุดท้ายคือปืน 44 Magnum ที่ต้องใช้ถึง 9 เหรียญ แต่สำหรับปืนแม็กนั่มเราจะยังไม่แนะนำให้ปลดล็อคในตอนนี้เพราะกระสุนจะมีน้อยมาก แต่ถ้าคุณเก็บเหรียญทุกเหรียญมาจนครบถึงตอนนี้ก็จะสามารถเก็บได้ทั้ง Steroids และ Stabilizer แล้ว ถึงอย่างนั้น หากใครอยากทดสอบความแรงของ 44 Magnum ก็สามารถไปหยอดมาได้เลยเช่นกัน เพราะหน้ากรงของปืนจะมี Antique Coin#9 วางยั่วยวนเราอยู่พอดิบพอดี



เลือกไอเท็มที่ต้องการแล้วจัดการเก็บ Broken Handgun ที่อยู่บนเตียงมาซะด้วย และหากเรานำเอา Broken Handgun ไปผสมกับ Repair Kit ก็จะได้ปืนกระบอกใหม่ M19 Handgun มาใช้ทันที ซึ่งปืนกระบอกนี้จะบรรจุกระสุนได้จำนวน 7 นัดน้อยกว่า G17 Handgun ที่เรามีใช้แต่ความแรงก็มากกว่าเช่นกัน หรือหากเราอยากได้เป็นปืนลูกซองกระบอกใหม่แทน ก็สามารถนำเอากระบอกที่ใช้อยู่ไปสลับกับ Broken Shotgun ใน Main House แล้วมาผสมกับ Repair Kit แทนก็ได้ แล้วเราจะได้ M21 Shotgun มาใช้ ซึ่งก็แน่นอนว่าบรรจุกระสุนได้เพียง 2 นัด น้อยกว่า M37 Shotgun ที่เราได้มากระบอกแรก แต่ความแรงก็มากกว่าเช่นกัน อยากได้กระบอกไหนในตอนนี้ก็ตัดสินใจเลือกได้เลยเพราะเราจะได้ Repair Kit อีกชิ้นนึงในภายหลังแน่นอน

ก่อนจะทำอะไรต่อไป ให้สำรวจบนกระดานในรถบ้านก็จะได้ File#14 Zoe′s Investigation Notes มา



เมื่อเก็บของทุกอย่างหมดแล้ว ให้เราเดินออกจากรถบ้านได้เลย แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกโทรศัพท์ก็จะดังขึ้น จัดการรับโทรศัพท์และคุยกับโซอี้ซะแล้วเธอจะชี้ทางให้เราไปค้นหาเซรุ่มเพื่อมาแก้เชื้อร้ายของเธอใน Old House พร้อมกับกำชับว่ามาร์เกอรีตแม่ของเธอน่าจะอยู่ที่นั่น

พอเราออกมาจากรถบ้านแล้ว ที่ด้านหลังรถบ้านจะมีประตูเหล็กอยู่ที่เราเข้าไม่ได้ในตอนนี้ ให้เรามุ่งหน้าไปทางด้านขวาจะมีเส้นทางให้เราเดินยาวไปจนถึง Old House ได้เลย และหากยังไม่ลืมกัน จุดนี้ก็คือสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอเทปของ Mia นั่นเอง



Old House

แผนที่ของ Old House ในแต่ละชั้นและตำแหน่งไอเท็ม





เปิดประตูตรงเข้าสู่บ้านเก่า ซึ่งในบริเวณนี้ศัตรูที่เราจะได้เจอจะเน้นเป็นแมลงซะส่วนใหญ่ หากเป็นแมลงตัวใหญ่ก็กำจัดมันได้ในทีเดียวไม่ว่าจะใช้มีดหรือปืน แต่หากเป็นฝูงผึ้งล่ะก็เราจะต้องหารังมันให้เจอแล้วทำลายรังมันไม่เช่นนั้นพวกมันก็จะเกิดใหม่มาเรื่อยๆ ซึ่งการทำลายรังนั้นจะใช้อาวุธอะไรก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้มีดฟันเพราะอันตรายเกินไป และถ้าใช้ปืนพกก็จะเปลืองกระสุนมากขอให้รอไปก่อนในตอนนี้

เดินเข้าไปสู่ Gallery ที่เราเห็นมีอาแก้พัสเซิลเงาในวิดีโอเทปก่อนหน้านี้ แต่คราวนี้จะไม่มีวัตถุให้เราหมุนแก้ปริศนา อย่ากระนั้นเลยให้เราเดินออกไปที่ระเบียงก่อนและเก็บ Burner Grip ที่อยู่ในถังขยะมา จากนั้นให้เดินไปทางด้านซ้ายข้ามสะพานไม้ไปยังห้องที่เห็นด้านหน้า เราจะพบกับห้องเซฟ โดยที่ในห้องนี้จะมีกระเป๋า Backpack ให้เราเก็บเพื่อเพิ่มจำนวนช่องไอเท็มที่สามารถพกติดตัวได้ นอกจากนั้นแล้วใกล้กับกล่องเก็บของบนชั้นวางก็จะมี Mr.Everywhere#8 อยู่ จัดการสอยมันซะ



เมื่อพร้อมแล้วเดินไปยังบริเวณ Dining Room ได้เลย ระหว่างทางหากพบกับตู้เก็บของที่มีแมงมุมเกาะอยู่เต็มไปหมด เราสามารถใช้ปืนหรือใช้มีดฟันพวกมันได้ พอกำจัดพวกมันหมดเราก็จะสามารถเปิดตู้ได้สะดวก (แต่การใช้มีดก็จะมีความเสี่ยงที่พวกมันจะกระโดดโจมตี ให้ทิ้งระยะให้ห่างที่สุดเท่าที่ปลายมีดจะฟันโดนก็จะปลอดภัย) จากนั้นให้เราเดินผ่าน Living Room ออกไปด้านนอก เมื่อออกมาแล้วให้เดินตามระเบียงไปด้านขวาเราจะสามารถเก็บ Lockpick ได้จากในกล่องเหล็กตามเคย



จากนั้นให้มุ่งต่อไปยังทางที่เห็น ตรงด้านหน้าจะมีรังผึ้งอยู่แต่ยังไม่ต้องสนใจ ให้เราเดินไปทางขวาแล้วเข้า Water Pump Station ไปซะ ด้านในนั้นเราจะสามารถเก็บ Burner Nozzle มาได้ และเมื่อนำไปผสมกับ Burner Grip เราก็จะได้ปืนไฟ Burner มาใช้แล้ว ทีนี้เราก็จะสามารถต่อกรกับเหล่าแมลงและรังผึ้งได้สะดวกขึ้นซักที

มุ่งหน้ากลับไปยัง Living Room และจัดการใช้ Burner เผาทำลายรังภายในห้องนี้ซะ (ข้อแนะนำในการใช้ปืนไฟก็คือเราไม่จำเป็นต้องกดเผาตลอดเวลา เมื่อยิงไปแล้วให้สังเกตเปลวเพลิงให้ดีเพราะเมื่อไฟติดแล้วเราสามารถปล่อยให้ไฟจัดการเผาทำลายศัตรูต่อได้เอง ควรกดยิงต่อเมื่อไฟดับแล้วเท่านั้น) หากเราทำลายรังผึ้งจนหมดแล้ว เราจะสามารถย่อแล้วมุดผ่านเตาผิงเข้าไปสู่ห้องลับได้

เมื่อมุดผ่านเตาผิงมาแล้ว ด้านหน้าเราจะมีบันไดลงด้านล่างสั้นๆ แต่ก่อนจะลงบันไดไป ให้เราสังเกตแผงไม้ที่วางชิดผนังอยู่ก่อน ด้านในแผงไม้จะมี Mr.Everywhere#9 แอบอยู่ จัดการมันซะ



จากนั้นเดินไปตามทางเดิน แต่ก่อนจะเข้าประตูที่เห็นให้เรามองด้านซ้ายมือจะพบกับ Antique Coin#10 วางอยู่บนชั้นจัดการเก็บมาซะ



หากเก็บของสำคัญครบแล้ว ให้เราเข้าประตูที่เห็นได้เลย ที่ด้านในห้อง Cellar เราจะพบกับ Stone Statuette ที่ใช้แก้ปริศนาเงาในห้อง Gallery แต่ที่สำคัญคือเราจะได้เจอกับมีอาอีกครั้ง ทว่าการพบเจอกันครั้งนี้ก็แสนสั้นเพราะไม่ทันไรเธอก็จะโดนจับตัวไปอีกแล้ว สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก็คือการนำ Stone Statuette ไปใช้เพื่อเปิดทางไปต่อ

ทว่าในตอนที่เราพยายามจะออกจาก Living Room นั้น มาเกอรีตจะปรากฏตัวออกมาพลางปิดประตูใส่หน้าเราพร้อมกับปล่อยแมงมุมออกมาเกาะประตูเต็มไปหมด และจากนี้ไปเธอจะคอยเดินไปเดินมาในบริเวณพื้นที่ Old House ในลักษณะเดียวกับแจ็คแล้ว หากเธอเจอตัวเราเธอก็จะใช้วิธีการปล่อยแมลงเข้าโจมตีเราแทนโดยไม่เข้ามาปะทะโดยตรง หากหนีได้ก็ควรหนีจะดีกว่า (แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเราโจมตีเธอจนถึงจุดหนึ่งเธอก็จะหนีไปเองเหมือนกัน)

จัดการมุ่งหน้ากลับไป Gallery แล้วนำเอา Stone Statuette ไปแก้ปริศนาซะจากนั้นทางลับจะเปิดออก เดินตรงเข้าไปทางลับแล้วเราจะออกมาโผล่อีกฟากหนึ่งของ Main Room ซึ่งจากจุดนี้เราจะเห็นบันไดขึ้นชั้นสอง แต่จะยังไปต่อไม่ได้เพราะประตูล็อคอยู่และจำเป็นต้องหา Crow Key มาไขเปิด อย่างไรก็ตามเราสามารถอ่านเอกสารข้างประตูได้ และจะได้ File#15 Marguerite′s Warning มา



จากนั้นให้เดินเข้าไปด้านในของบริเวณนี้ เราจะมาถึงทางลงใต้พื้นที่มีอาเคยผ่าน เข้าไปด้านในจนสุดทางจากนั้นให้หันกลับมาเราจะพบกับ Mr.Everywhere#10 วางอยู่บนชั้น จัดการมันซะ



เรียบร้อยแล้วให้เราจัดการเก็บ Crank มา แล้วก็กลับขึ้นมาด้านบนได้เลย ที่ด้านบนเราจะเห็นกับกลไกที่เราสามารถใช้ Crank เพื่อหมุนสะพานไม้ขึ้นมาได้ แล้วเราก็จะสามารถสร้างทางเชื่อมภายใน Main Room ได้แล้ว จากนั้นให้เรามุ่งหน้าไปยังบริเวณทางเดินไม้ด้านนอกของ Water Pump Station อีกครั้ง ในบริเวณนี้จะมีกลไกที่เราสามารถใช้ Crank หมุนยกสะพานขึ้นมาได้ จัดการข้ามสะพานไปยังอาคารไม้ด้านหน้า เมื่อเข้าไปข้างในแล้วเราจะเห็นหีบสมบัติใบหนึ่งที่ด้านในมี Crow Key ให้เก็บ พร้อมกับ Antique Coin#11 บนโถส้วมให้เก็บด้วย



เมื่อเราได้ Crow Key แล้ว เราสามารถย้อนกลับไปที่ Main House ก่อนได้ เพราะใน Drawing Room จะมีห้องที่เราสามารถใช้กุญแจดอกนี้ไขเปิดประตูได้เพราะด้านในห้องนั้นจะมีปืนใหม่คือ Grenade Launcher ให้เราเก็บได้ด้วย แต่หากจะเก็บในภายหลังก็ให้เรากลับไปยัง Main Room แล้วมุ่งหน้าขึ้นไปชั้นสองต่อเลย ทว่าไม่ทันไรที่เราจะเข้าไประตูไปได้ มาเกอรีตก็จะโผล่ออกมาประจันหน้าเราพลางผลักเราตกบันไดจนพื้นทะลุลงไปหลุมด้านล่าง เธอจะยืนคุมเชิงอยู่ด้านบนพลางปล่อยแมลงใส่เรา ให้เราใช้ Burner เผาพวกแมลงกวนใจซะพร้อมกับสลับเป็นปืนอื่นยิงใส่มาเกอรีต ไม่นานเธอก็จะบาดเจ็บจนร่วงลงมาในหลุมเดียวกับเรา ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้เราปีนบันไดกลับขึ้นมาด้านบนพร้อมไปประตูเข้าไปได้เลย

ที่ด้านในคือ Altar Room และกล่องขนาดใหญ่จะอยู่ข้างหน้าเรา จัดการเปิดกล่องซะแล้วอ่าน File#16 Serum Documentation แล้วเราจะได้รู้ว่าการจะทำเซรุ่มาแก้เชื้อที่ติดคนทั้งบ้านอยู่ในตอนนี้จะต้องใช้อะไรบ้าง และก็แน่นอนว่าเสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น กดรับซะไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นโซอี้นั่นเองที่โทรมา เธอจะบอกให้เราค้นชั้นสองให้ทั่ว ในห้อง Altar Room นี้เอง ให้เราเดินขึ้นบันไดไปจะมีห้องเล็กๆ ที่ด้านในมีเปียโนอยู่ ในห้องนี้จะมี File#17 Marguerite′s Notebook ให้เราอ่านด้วย





ออกมาจากห้องแล้วเดินเข้าไปด้านในของบริเวณชั้นสองต่อ เราจะเห็นประตูที่ล็อคอยู่และผูกกลไกอยู่กับตะเกียง แน่ล่ะคนที่มีตะเกียงก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นมาเกอรีตที่ร่วงลงไปในหลุมเมื่อสักครู่นี่เอง แต่ก่อนที่เราจะย้อนกลับไปเก็บตะเกียง ให้เราจัดการทำลาย Mr.Everywhere#11 บนโต๊ะซะก่อน และในลิ้นชักก็มี Antique Coin#12 ให้เก็บด้วย





เดินย้อนกลับมาที่หลุม แต่ว่าก่อนที่เราจะลงไปเก็บตะเกียงได้จะมีอะไรบางอย่างมาฉวยตะเกียงไปต่อหน้าต่อตาเรา จัดการลงไปที่หลุม แล้วเราจะพบว่าที่ด้านล่างมีทางให้เราไปต่อได้ ซึ่งเราจะเห็นอะไรบางอย่างที่คลานเข้าไปด้านใน จัดการเดินเข้าไปตามทางแล้วสุดท้ายเราจะปีนบันไดขึ้นมาโผล่ด้านนอกของ Greenhouse และเราจะสังเกตเห็นว่าเราสามารถเปิดประตูเหล็กด้านหลังรถบ้านก่อนหน้านี้ได้แล้ว โดยสำหรับในตัวอาคารของ Greenhouse นั้น ประตูด้านล่างจะล็อคอยู่ ให้เราจัดการขึ้นบันไดไปชั้นสองแทน แต่ก่อนขึ้นไปให้เราเก็บ Treasure Photo#2 ที่ติดข้างบันไดก่อน งวดนี้เป็นรูปของโถส้วม แต่ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล ให้เรากลับเข้าไปในรถบ้านของโซอี้ สำรวจที่โถส้วมแล้วเราก็ได้จะกระสุน 44 Magnum มาใช้



เตรียมอาวุธและยาให้พร้อมโดยเฉพาะปืนไฟ Burner ควรจะติดมาไว้ แล้วขึ้นบันไดไปสู่ชั้นสองของ Greenhouse เก็บของเท่าที่จะสามารถเก็บได้ และลงไปยังชั้นล่างผ่านจุดที่พื้นทะลุเป็นรู เมื่อลงมาแล้วจะมีไอเท็มให้เราเก็บมากมาย จัดการไล่เก็บไอเท็มที่จำเป็นให้หมดเพราะเมื่อเราเดินขึ้นชั้นสองไปเมื่อไหร่ มาเกอรีตก็จะโผล่ออกมาโจมตีเราจากหน้าต่างทันที หากเราเข้าไปใกล้เกินเธอจะคว้าขาเราเอาไว้และเราต้องใช้ปืนกระหน่ำยิงให้เธอปล่อยมือ เมื่อเธอหลบไปการต่อสู้จริงๆ กับเธอก็จะเริ่มขึ้นแล้ว


MARGUERITE GREENHOUSE FIGHT

การต่อสู้กับมาเกอรีตจะเป็นไปในลักษณะของการซุ่มโจมตีในขณะที่เราเผลอ และเธอสามารถปรากฏตัวได้จากทุกทาง ไม่ว่าจะหน้าต่าง เพดาน รอยแยกผนัง หลุมที่พื้น หากเราโดนจับก็จะต้องรีบยิงให้เธอปล่อยมือ แต่หากเธอปรากฏตัวให้เราเห็นแล้วให้รีบใช้กระสุนไฟจากปืน Grenade Launcher ยิงใส่หรือใช้ Burner เผาเธอแล้วเปลี่ยนเป็นปืนลูกซอง (หรือแม็กนั่มถ้าหยอดมา) ยิงเข้าใส่บริเวณหว่างขาของเธอที่เป็นเสมือนรังแมลงซะ

นอกจากการซุ่มโจมตีเราทีเผลอแล้ว เธอยังสามารถไปสร้างรังแมลงได้เพื่อปล่อยฝูงผึ้งหรือแมลงตัวใหญ่มาเล่นงานเรา สิ่งสำคัญในการสู้กับเธอก็คือพยายามอย่าอยู่กับที่แต่ควรเคลื่อนไหวตลอดเวลา หากเจอรังแมลงก็ใช้ Burner เผาทำลายมันซะ และในตอนที่เธอหลบไปก็พยายามเติมกระสุนให้เต็มพร้อมใช้งานเสมอก็จะเป็นการดี ขอเพียงเราเล่นอย่างระมัดระวังก็จะชนะได้ไม่ยาก หากเธอคุกเข่าลงพร้อมตัวกระตุกอย่างรุนแรงก็ขอให้ทราบไว้ว่าเราชนะแล้ว จากนั้นตัวเธอจะแข็งพลางแตกลงเป็นชิ้นๆให้เราสามารถเก็บ Lantern มาได้ในที่สุด ส่วนประตูออกสู่ด้านนอกที่ชั้นแรกก็จะแตกออกเปิดทางให้เราเช่นกัน




เมื่อได้ Lantern มาแล้ว จัดการมุ่งหน้ากลับไปยังชั้น 2 ของ Old House ได้เลย นำเอา Lantern ไปแขวนไว้ที่ข้างประตูแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ Kid′s Room ซึ่งที่ด้านในเราจะเห็นได้ว่าบรรยากาศนั้นวังเวงและมืดสนิทมาก แต่ไม่ว่าจะมีอะไรก็แล้วแต่เราจะต้องเดินเข้าไปที่ Detention Room ที่เห็นด้านใน ภายในห้องมีเพียงเตียงนอนตั้งกลางห้องเดี่ยวๆ ในขณะที่มุมห้องมีบ้านตุ๊กตาอยู่ สำรวจบ้านตุ๊กตาแล้วด้านในจะมีภาพวาดของห้องที่เราอยู่นี้และจะทำให้เรารู้ว่าบริเวณกำแพงด้านหลังเตียงจะมีช่องลับให้เปิดเข้าไปได้ ที่ด้านในเราจะพบกับซากศพแต่ก็จะสามารถเก็บ D-Series Arm มาได้เสียที

เมื่อเก็บมาแล้วในขณะที่กำลังจะกลับออกไป เราก็จะเห็นว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองเราอยู่ ให้เราออกจากบริเวณนี้ซะแต่ก็ระวังตัวไว้ด้วยเพราะพวก Molded จะเริ่มปรากฏตัวออกมาโจมตีแล้ว เมื่อกลับออกมาข้างนอกเราจะได้รับโทรศัพท์จากโซอี้อีกรอบและเธอจะบอกให้เราไปพบกับเธอในรถบ้าน หากแต่เมื่อเราไปถึงกลับไม่พบใครเลยพร้อมกับโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ทว่าคราวนี้คนที่โทรมากลับกลายเป็นลูคัส เบเคอร์ ที่จับตัวโซอี้ไปแล้วพร้อมกับมีอา เมื่อจบบทสนทนาให้เราเปิดตู้เย็นแล้วอ่านเอกสารที่แปะอยู่ตรงหลังหัวของปลัดผู้โชคร้ายแล้วเราจะได้ File#18 Memo on Deputy′s Head มา และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับเข้าสู่ Main House อีกครั้ง




Main House

เมื่อกลับเข้ามาสู่ Main House แล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือลงชั้นใต้ดินและมุ่งหน้าไปยัง Dissection Room ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ว่าศพของปลัดอำเภอที่โดนแขวนกับกำแพงนั้นตอนนี้โดนจับมาวางบนเตียงแล้ว แต่การจะไปหาศพได้เราก็ต้องผ่าน Morgue ไปอยู่ดี แต่ก่อนที่จะได้เข้าประตูเราก็จะเจอกับเพื่อนใหม่ที่โผล่ออกมาทักทาย...มันเคลื่อนไหวรวดเร็วมากและโจมตีเราได้รุนแรง แต่ถ้าเทียบกันแล้วตัวมันเปราะกว่า Molded ชนิดอื่นที่เราเจอมาพอดู กระสุนปืนลูกซองเข้าหัวจังๆ นัดเดียวก็กำจัดมันได้ไม่ยาก

ผ่านห้อง Morgue (ที่ตอนนี้เริ่มจะเต็มไปด้วยเมือกดำ) แล้วเข้าไปใน Dissection Room เราต้องสำรวจลำคอของศพปลัดอำเภอเพื่อทำการล้วงคอศพแล้วเราจะหยิบ Snake Key ออกมาได้ เก็บกุญแจใหม่มาเรียบร้อยแล้วออกจากประตูพร้อมวิ่งไปทางขวาลงบันไดและใช้ Snake Key เปิดประตูด้านล่างออกไปได้เลย

สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือไปที่ Master Bedroom บนชั้นสองของ Main Hall แต่คราวนี้จะมีศัตรูให้เราต้องสู้แล้ว กำจัดพวกมันซะแล้วเข้าไปด้านในของ Master Bedroom แล้วเก็บไอเท็มเช่นกระสุนหรือสมุนไพรมาให้พร้อม และกล่องส้มในห้องนี้จะมี Lockpick ให้เก็บเช่นเคย



จากนั้นให้ไปที่ข้างเตียง สำรวจเอกสารที่อยู่ข้างนาฬิกาแล้วเราจะได้ File#21 Clock Memo มา



แต่ก่อนจะทำอะไรต่อไป ให้เราเข้าไปในห้องเก็บของที่เชื่อมกับห้องนอนนี้ก่อน เพราะด้านในจะมี Backpack อยู่อีกใบและเมื่อเก็บมาก็จะทำให้เราเก็บของได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม รวมถึงในห้องนี้จะมี Treasure Photo ใบสุดท้ายด้วย (แต่ในตอนนี้เราจะยังเก็บสมบัติชิ้นนี้ไม่ได้ ไม่ต้องกังวล) เมื่อเก็บของครบตามที่ต้องการแล้วให้เราไปสำรวจนาฬิกาข้างเตียงแล้วตั้งเวลาให้เป็น 10:15 ซะ แล้วเตียงจะเลื่อนออกเผยให้เห็นทางลับข้างใต้ เดินลงไปด้านล่างได้เลย

ที่ด้านล่างสุดเราจะพบว่าเรามาอยู่ใน Workshop ในบริเวณชั้นใต้ดินที่เราเข้าไม่ได้ในทีแรก จัดการเก็บ Red Keycard ที่อยู่บนโต๊ะมาซะแล้วออกมาจากห้องได้เลย เพราะเราไม่มีธุระกับห้องใต้ดินอีกต่อไปแล้ว จุดหมายต่อไปของเราก็คือ Kid′s Room ที่อยู่บนชั้นสองของตัวบ้าน เมื่อไปถึงหน้าประตูแล้วจัดการใช้ Snake Key ไขประตูเข้าไปตามระเบียบ

ที่ด้านในห้องจะมี File#19 Lucas′ Journal ให้อ่านบนโต๊ะ ส่วนบนโต๊ะใกล้กับบันไดขึ้นไปห้องใต้หลังคาก็จะมี File#20 Torn Page from Journal ให้อ่าน





บริเวณกลางห้องนี้จะมีตะเกียงวางอยู่บนโต๊ะที่เราหยิบสำรวจได้ จัดการหมุนดูด้านในจะเห็นปุ่มกดอยู่และเมื่อกดปุ่มดังกล่าวแล้วบันไดขึ้นห้องใต้หลังคาก็จะเลื่อนลงมาให้เราปีนขึ้นไปได้ แต่ก่อนจะขึ้นบันไดให้เราเก็บ Lockpick  ที่ซ่อนอยู่ในไหบนชั้นวางของมาด้วย



ปีนบันไดขึ้นไปด้านบนแล้วหันกลับมาเราจะเห็น Mr.Everywhere#12 อยู่บนขอบไม้ จัดการใช้ปืนยิงมันซะ



ส่วนในตู้ด้านหน้าจะมีวิดีโอเทป Happy Birthday อยู่ด้านใน ส่วนมุมด้านหลังจะมี Toy Axe และ Model Shotgun ให้เราเก็บโดยที่ Model Shotgun เราสามารถนำไปแทนที่ Broken Shotgun ที่อยู่ใน Main Hall ได้ หากว่าใครยังไม่ได้ใช้ Repair Kit ซ่อมปืนไปก็สามารถเอามาใช้ได้แล้ว ส่วนตรงกลางห้องจะมีพัสเซิลเงาให้เราแก้ปริศนา เราจะต้องหมุนวัตถุให้มีรูปร่างคล้ายกับเพชฌฆาตตามที่ปรากฏบนรูป เมื่อแก้ปริศนาได้แล้วบ้านตุ๊กตาจะเปิดออกให้เราเก็บ Blue Keycard มาได้

ตอนนี้เราได้ทั้ง Red Keycard และ Blue Keycard แล้ว ให้ออกจาก Main House ได้เลย แต่ก่อนจะได้ออกไปโทรศัพท์ก็จะดังขึ้น ซึ่งเมื่อเรารับโทรศัพท์ก็จะรู้ว่าเป็นลูคัสโทรมายียวนเรานั่นเอง คุยจบแล้วเมื่อออกมาที่ Yard ให้ระวังให้ดีเพราะจะมีเซอร์ไพรส์บางอย่างรอเราอยู่เช่นเคย เมื่อกำจัดศัตรูในบริเวณนี้แล้วให้เรามุ่งหน้าไปที่ประตูใกล้กับรถบ้านแล้วใช้ Keycard ทั้ง 2 กับประตูก็จะสามารถเปิดเข้าไปได้ แต่ก่อนอื่นให้เราวิ่งมาที่บริเวณมุมซ้ายล่างของบริเวณพื้นที่ Yard แล้วจะพบกับพัสเซิลเงาที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ ให้เราใช้ Toy Axe ที่เก็บมาแล้วหมุนจนเป็นเลข 7 แล้วหีบสมบัติก็จะเปิดออกให้เราเก็บ Stabilizer มาได้ฟรีๆ

กลับเข้าไปในรถบ้านของโซอี้แล้วจัดการไอเท็มของตัวเองให้เรียบร้อย จากนั้นนำเอาวิดีโอเทป Happy Birthday ใส่เครื่องเล่นซะ


วิดีโอเทป Happy Birthday

ในวิดีโอนี้เราจะรับบทเป็นแคลนซี่ตากล้องดวงซวยเช่นเคย ซึ่งเริ่มมาลูคัสจะลากเราเข้าไปยัง Testing Area เพื่อทดสอบว่าเราจะรอดไปจากกลไกทั้งหลายที่ลูคัสวางแผนเอาไว้หรือไม่ เมื่อลูคัสไปแล้วให้เราหยิบ Candle มาจากตุ๊กตา จากนั้นเดินเข้าไปด้านในเพื่อนำเทียนไปปักเค้ก ทว่าทันทีที่เดินเข้าไปน้ำก็จะเทลงมาจนทำให้เทียนดับ เราจะต้องหาทางนำเทียนไปปักเค้กให้ได้ โดยในห้องเค้กนี้จะมีถังอยู่ให้เราเก็บ Winding Key มาจากถังซะ จากนั้นออกจากห้องมาที่ครัวจัดการเปิดเตาแล้วจุดเทียนขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ต้องกลับไปในห้องเค้กเพราะเทียนจะดับเหมือนเดิม ให้เราเดินตรงเข้าไปด้านในจะมีจอมอนิเตอร์ติดผนังมากมายพร้อมกับประตูด้านข้างที่มีเชือกพันเอาไว้ กดใช้เทียนกับเชือกแล้วเราจะเปิดประตูเข้าไปได้

ข้างในห้องจะมีลูกโป่งเต็มไปหมดและที่สุดทางจะมีประตูล็อคด้วยพาสเวิร์ดที่เรายังเปิดไม่ได้ในตอนนี้ ให้เรามองบริเวณพื้นจะสามารถเก็บลูกโป่งสีเหลืองที่ยังไม่ได้เป่าขึ้นมาได้ จากนั้นให้กลับไปที่บริเวณห้องครัว นำเอาลูกโป่งไปใช้กับท่อแก๊สที่ยื่นออกมาจากผนัง เมื่อลูกโป่งระเบิดออกเราก็จะได้ Quill Pen มา ต่อไปให้เราเดินไปที่ห้องน้ำข้างๆตุ๊กตา กดสำรวจโถส้วมแล้วเราจะสามารถเก็บ Dirty Telescope ขึ้นมาได้  แต่การกดใช้ Dirty Telescope ในตอนนี้จะยังใช้การไม่ได้เพราะมันสกปรกเกินไป เราต้องทำความสะอาดมันซะก่อน

ให้เรากดใช้ Dirty Telescope แล้วเดินเข้าไปในห้องที่มีเค้กแล้วน้ำที่ราดลงมาจะช่วยทำความสะอาดกล้องจนกลายเป็น Telescope ปกติ จากนั้นให้เราใช้ Telescope ส่องดูมอนิเตอร์ที่อยู่ข้างประตูที่เราใช้เทียนเผาเชือกไปก่อนหน้านี้แล้วเราจะเห็นรูปสามรูปขึ้นมานั่นคือ คนโดนแขวน ป้ายสุสาน และเด็กทารก จำภาพเหล่านี้เอาไว้แล้วกลับเข้าไปในห้องเค้กกดสำรวจตู้ที่ติดกับฝาผนังแล้วใส่รหัสเป็นภาพที่เราเห็นเมื่อกสักครู่ ตู้จะเปิดออกให้เราเก็บ Straw Doll มาได้ นำเอา Straw Doll ไปใช้ที่เตาไฟแล้วหุ่นฟางจะโดนเผาจนหมดเหลือแต่ Dummy Finger ให้เราเก็บมา

จัดการนำเอา Dummy Finger รวมถึง Quill Pen ไปใส่ให้กับตุ๊กตาและสุดท้ายก็คือ Winding Key แล้วมันจะทำการสลักพาสเวิร์ดลงบนต้นแขนของเรา เมื่อเรียบร้อยแล้วให้เราเดินกลับไปยังห้องที่มีลูกโป่งแล้วใส่พาสเวิร์ดที่ได้มาว่า Loser แล้วประตูจะเปิดออกให้เราเข้าไปเก็บ Valve Handle ที่ด้านในได้

เดินกลับเข้าไปในห้องเค้กแล้วหันซ้ายจะมีท่อที่เราสามารถกดใช้ Valve Handle เพื่อปิดน้ำได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กลับไปที่ครัวเพื่อจุดเทียนแล้วนำกลับมาปักเค้กเป็นอันเรียบร้อย แน่นอนว่าวิดีโอนี้ก็จะจบลงอย่างที่หลายคนคงเดาได้แน่นอน



Testing Area

แผนที่ของ Testing Area ในแต่ละชั้นและตำแหน่งไอเท็ม





เข้าสู่ Testing Area แล้วเดินขึ้นบันไดมา เส้นทางจะบังคับให้เราต้องเข้าประตูที่เห็น กดสำรวจที่โทรทัศน์เพื่อฟังลูคัสคุยกับเราก่อนที่โทรทัศน์จะระเบิดแล้วประตูด้านหลังจะเปิดออก ทว่าภายในบริเวณทางเดินนี้ ให้เราระมัดระวังตัวให้ดี เราจะสังเกตเห็นว่ามีสายสลิงที่ขึงอยู่ทั่วไปซึ่งหากไปแตะเข้าก็จะระเบิดใส่เรา จะหลบเลี่ยงโดยการย่อตัวผ่านไปหรือใช้ปืนยิงระเบิดก็ได้

เมื่อเข้าสู่ Supply Room แล้ว ให้เราสังเกตตรงบริเวณมุมห้อง จะมีจุดที่เราเห็นหัวหุ่นสวมหมวกเบสบอลวางอยู่ด้านบนของกรง หากเราเก็บ Treasure Photo 3 มาก็จะสามารถสำรวจแล้วเก็บ Repair Kit ได้ จะนำไปใช้กับ Broken Shotgun หรือ Broken Handgun ก็ตามความพอใจได้เลย



มุ่งหน้าไปตามทางเดิน แต่ในระหว่างที่เรากำลังจะลงบันไดนั้น จะเห็นกล่องไม้ที่วางอยู่บนบันได อย่าใช้มีดทำลายเด็ดขาดเพราะเป็นกล่องหลอกที่ข้างในมีระเบิดเอาไว้ และจากนี้ไปก็ให้ระวังการทำลายกล่องเอาไว้ให้ดีเพราะจะมีกับดักแบบนี้อยู่เป็นระยะ ลงมาด้านล่างแล้วเราจะมาถึงห้องโถงแห่งหนึ่งที่มีกล่องใส่ของและประตูเหล็กพร้อมแผงใส่รหัส ทันทีที่เราสำรวจแผงใส่รหัสนั้นลูคัสก็จะโผล่ออกมายียวนเรา ให้เรากดใส่รหัสอะไรไปก็ได้ แต่เมื่อเราบังคับได้ ให้รีบถอยห่างออกจากประตูทันทีเพราะกับดักจะทำงาน เมื่อรอดพ้นจากกับดักมาได้ รอสักครู่ประตูลับจะเปิดออกให้เรามุ่งหน้าเข้าทางลับไปต่อ

เดินเข้าไปด้านในทางลับ ที่สุดทางเดินเราจะเห็นทางแยกซ้ายที่เข้าสู่ Barn แต่ก่อนจะเข้าไปที่ด้านหน้าเรามีประตูห้องเก็บของอยู่ หลบเลี่ยงกับดักที่เห็นแล้วเปิดลิ้นชักจะมี Antique Coin#13 ให้เราเก็บ นอกจากนั้นแล้วในตู้เหล็กก็จะมี Steroid ให้เก็บอีกด้วย



เมื่อเข้าไปข้างใน Barn ก็จะมี Molded ออกมาต้อนรับพอสมควร กำจัดพวกมันแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปด้านบน จะมีห้องเซฟให้เราจัดแจงไอเท็มอีกครั้ง ออกจากห้องเซฟมาแล้วเดินมาบริเวณสะพานจากนั้นมองไปบนเสาไม้จะพบกับ Mr.Everywhere#13 อยู่ จัดการยิงมันซะ



ด้านบนนี้จะมีไอเท็มให้เก็บพอสมควร เมื่อเก็บของจนพอใจแล้วให้เราเตรียมอาวุธและยาเติมพลังให้พร้อมจากนั้นกระโดดลงชั้นล่างได้ทันที เมื่อลงมาแล้วเราจะไม่สามารถกลับขึ้นไปทางเดิมได้อีก ไล่เก็บไอเท็มให้ครบ ขึ้นบันไดไปบนชั้นสองแล้วเก็บ Battery มา จากนั้นกลับลงมาชั้นล่างนำเอา Battery เข้าใส่แผงวงจร แล้วเราจะต้องสู้กับ Fat Molded ที่ลงมาจากลิฟต์



FAT MOLDED BARN FIGHT



ศัตรูตัวนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นมินิบอสตัวหนึ่ง มันเคลื่อนไหวเชื่องช้ามากแต่ก็มีความอึดสมกับร่างกายที่ใหญ่โต รูปแบบการโจมตีมาตรฐานของมันคือการสำรอกอาเจียนเข้าใส่เราซึ่งมีระยะการโจมตีที่ไกลมาก พยายามใช้ผนังหรือกองฟางเพื่อหลบจากอาเจียนของมันแต่ถ้าหลบไม่ทันการกดป้องกันก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เราสามารถโจมตีมันก่อนเริ่มการต่อสู้ได้ โดยในขณะที่มันกำลังลงมาจากลิฟต์เราจะสามารถยิงมันฟรีๆ ได้เลย ยิ่งถ้าใช้ปืนลูกซอง M21 Shotgun ก็จะช่วยให้การต่อสู้จบลงได้ไวขึ้นมาก



หลังจากที่กำจัดมันได้แล้ว ให้เราเข้าไปในลิฟต์แล้วกดสวิตช์ซะ เราจะขึ้นมาด้านบนแล้วมุ่งหน้าต่อไปได้ เดินผ่านโถงทางเดินมาแล้วเราจะมาสู่ Rest Area โดยในห้องนี้เราจะเห็นศพไหม้เกรียมนั่งอยู่บนเก้าอี้ สำรวจที่ศพแล้วจะได้ File#22 Memo on Burnt Corpse มาซึ่งเป็นรหัสที่ต้องใช้เปิดประตูที่ห้องโถงชั้น 1 นั่นเอง



เมื่อได้รหัสแล้วเข้าไปที่ด้านในต่อ กดสวิตช์ที่เห็นแล้วบันไดจะเลื่อนลงไปให้เรากลับไปด้านล่างได้ แต่ก่อนจะลงไปสำรวจชั้นวางของเสียก่อนเพื่อเก็บ Antique Coin#14 มา



จัดการใส่รหัสที่ได้มากับแผงวงจรซะ แต่ก่อนที่จะได้เข้าไปลูคัสจะบอกให้เราเก็บของทุกอย่างใส่ลังซะก่อน (ทุกอย่างจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ยาเติมพลัง) เมื่อเก็บของแล้วประตูจึงจะเปิดออก พอเข้ามาด้านในลูคัสก็จะจัดแจงล็อคประตูจากด้านนอกเรียบร้อย

เก็บเทียนจากมือตุ๊กตามาแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องด้านในของ Party Room ซึ่งก็ตามคาดว่าน้ำจะเทลงมาทำให้เทียนดับ และเราจะต้องหาทางนำเทียนมาปักเค้กให้ได้ แต่ถ้าใครจำได้ในเทป Happy Birthday นั้น หากเราทำตามขั้นตอนเหมือนในเทปทุกอย่างก็จะมีจุดจบแบบเดียวกันแน่นอน ดังนั้นหลังจากที่เทียนดับลงให้เราเดินไปเปิดเตาแก๊สเพื่อจุดเทียนใหม่ แล้วเดินเข้าด้านในกดใช้เทียนเผาเชือกที่มัดประตูอยู่ เดินฝ่าลูกโป่งจำนวนมากมายแล้วใส่รหัสประตูว่า Loser แล้วเก็บ Valve Handle มาซะ จากนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังห้องที่มีเค้ก กดใช้ Valve Handle กับท่อข้างทางเข้าเพื่อปิดน้ำ จากนั้นจุดเทียนแล้วนำไปปักกับเค้กได้เลย

แน่นอนว่าเค้กจะเกิดระเบิดขึ้นตามเดิม แต่เพราะเราไม่ได้ไปดึง Winding Key ออกมาจึงทำให้น้ำมันไม่ไหลท่วมห้อง เปลวเพลิงจากเค้กจึงไม่อาจทำอะไรเราได้ ทว่าลูคัสก็ไม่พอใจและได้หย่อนระเบิดเวลาลงมาในห้องพร้อมกับปิดทางเข้าออก ให้เรารีบเก็บระเบิดขึ้นมา แล้วสังเกตที่ผนังกข้างถังน้ำมันจะมีจุดที่เราสามารถแกะแผ่นไม้ออกมาได้ เมื่อแกะแผ่นไม้แล้วจัดการกดสำรวจช่องในผนังแล้วเราจะนำระเบิดหย่อนลงช่องนั้นไป เพียงครู่เดียวระเบิดก็จะทำงานพร้อมกับทำลายผนังไปให้เราเข้าไปด้านในต่อได้

ที่ด้านในคือ Monitoring Room ที่ลูคัสคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของเรามาโดยตลอด และในห้องนี้ยังเป็นห้องเซฟและมีกล่องเก็บของให้เราจัดการไอเท็มได้อีกครั้ง อย่าลืมเก็บ D-Series Head มาด้วย และที่จอมอนิเตอร์เราจะสามารถสำรวจได้เพื่อพบว่ามีอากับโซอี้โดนจับเอาไว้อยู่ด้วยกันพร้อมกับการยียวนจากลูคัสอีกรอบ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้เดินออกจากห้องนี้ แต่ทันทีที่ออกจากประตูมาให้หันหลังย้อนกลับมาแล้วมองที่ด้านบนคานประตูเราจะเห็น Mr.Everywhere#14 อยู่ จัดการยิงมันซะแล้วออกไปด้านนอกได้เลย




Boat House


แผนที่ของ Boat House ในแต่ละชั้นและตำแหน่งไอเท็ม





เมื่อออกมาด้านนอกแล้ว ให้เราใช้ Crank กับแท่นที่อยู่ตรงหน้าเพื่อยกสะพานขึ้นมาให้เดินข้ามต่อได้ เราจะต้องเดินตามทางจนถึงทางแยกให้เราไปทางขวาเพราะทางซ้ายจะยังไปไม่ได้ในตอนนี้ โดยที่ในเพิงเล็กด้านขวามือจะมีไอเท็มให้เก็บพร้อมกับ Mr.Everywhere#15 ให้ยิงตามรูป



จากนั้นออกมาจากเพิงแล้วใช้ Crank กับแท่นเพื่อยกสะพานไปต่อ และจากตรงนี้ให้เรามุ่งหน้าไปยังสะพานที่เพิ่งเปิดขึ้นมาเลย แต่ในระหว่างนี้เราจะเจอศัตรูออกมาต้อนรับเราแล้ว จะกำจัดมันหรือจะวิ่งผ่านมันก็สุดแท้แต่ เมื่อเราเข้ามาใน Boathouse แล้วก็จะพบว่าห้องที่เราเข้ามานี้คือห้องเซฟพร้อมกับมีไอเท็มมากมายให้เราเก็บ เตรียมของให้พร้อมเพราะเดี๋ยวเราจะต้องเจอกับศึกใหญ่อีกศึกหนึ่งแล้ว

เดินขึ้นไปข้างบนเราจะพบกับโซอี้และมีอาที่โดนจับเอาไว้ ช่วยพวกเธอทั้งสองคนซะแล้วนำเอา D-Series Arm และ D-Series Head ยื่นให้แก่โซอี้แล้วเธอจะจัดการทำ Serum ออกมา แต่ไม่ทันไรแจ็คที่กลายร่างไปแล้วก็จะเข้ามาโจมตีเราอีกครั้ง



MUTATED JACK BOAT HOUSE FIGHT




สถานที่ที่เราจะได้สู้กับแจ็คนั้นจะมีอยู่ 2 ชั้นด้วยกัน โดยที่พื้นชั้นบนจะมีหลายจุดที่พังเป็นช่องโหว่ ซึ่งเราต้องอาศัยช่องเหล่านั้นในการยิงจุดอ่อนที่เป็นลูกตาตามร่างกายของแจ็คให้หมด และบางจุดจะอยู่ใต้ลำตัวของแจ็คซึ่งหากเราอยู่บนชั้นเดียวกันกับมันจะเล็งยิงได้ยากมาก จึงต้องอาศัยหลอกล่อให้มันขึ้นชั้นบนแล้วเรารีบลงมาด้านล่างเพื่อหาจังหวะยิงลูกตาให้หมด และถ้าในการต่อสู้ครั้งนี้เราพกปืน Grenade Launcher มาด้วยก็จะช่วยให้สู้ได้ง่ายขึ้น เพราะรัศมีโจมตีจะกว้างและเปลวเพลิงจะช่วยทำให้สามารถโจมตีลูกตาที่อยู่ในจุดอับได้ง่าย

รูปแบบการโจมตีของมันจะมีไม่มากนัก หากเราอยู่ชั้นเดียวกับมัน มันจะทำการกวาดมือเข้าโจมตี แต่ถ้าเราอยู่ใต้ล่างมันจะพยายามเอามือตบเราจากด้านบน ซึ่งถ้าเราพยายามเคลื่อนไหวตลอดเวลาก็จะหลบได้ไม่ยาก เมื่อเราทำลายลูกตาของมันครบแล้ว มันจะทำการมุดพื้นหนีไปก่อนจะโผล่มาใหม่ตรงหน้าเราพร้อมกับปิดทางหนีของเราไปหมด ซึ่งมาถึงจุดนี้เราจะต้องใช้ปืนที่มียิงลูกตาบนใบหน้าของมัน ถ้ามันจะโจมตีก็อาศัยการกดป้องกันเอาก็จะช่วยให้เราเอาตัวรอดได้ ยิงไปซักพักนึงมันก็จะล้มลงแน่นิ่ง



เมื่อเราชนะแล้ว โซอี้จะเปิดประตูด้านหลังออกมา แต่ในขณะที่เราจะตามเธอออกไปนั้นแจ็คก็จะได้สติและเข้าเล่นงานเราอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นการบังคับให้เราต้องใช้ Serum ที่มีกับแจ็คไปหนึ่งหลอดส่งผลให้แจ็คตายจริงๆ เสียที และหลังจากที่เราออกมาด้านนอกก็จะพบกับมีอาและโซอี้ที่ยืนรออยู่ ทว่าในตอนนี้ที่ Serum เหลือเพียงหลอดเดียว เราจะต้องเลือกว่าจะใช้ Serum ให้กับใคร ซึ่งการเลือกครั้งนี้จะมีผลกับฉากจบ (หากเลือกมีอาจะเป็น good ending และถ้าเลือกโซอี้ก็จะเป็น bad ending ที่ไม่ต่างกันมากนัก) และไม่ว่าคุณจะเลือกช่วยใครเราก็จะนั่งเรือออกไปจากที่นี่พร้อมกับคนนั้น



Wrecked Ship

 

ยังมีต่อ...



TOP