Wiki NEWS

แบรนด์เก่ากับรสใหม่ และทิศทางที่สดใส


ของหนึ่งในภาคตำนานแห่งซีรีส์ Final Fantasy

และวงการ JRPG!

 

… มันเคยสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับแวดวงวิดีโอเกมส์ในครั้งที่มันเปิดตัว 

… มันเคยถีบหุ้นของบริษัทเกมแห่งหนึ่ง ให้ทะยานบวกติดเพดาน กอบกู้สถานการณ์อันย่ำแย่ให้ดูกลับคืนมาอีกครั้ง

… และเหนือสิ่งอื่นใด มันทิ้งคำถาม ความคาใจ และความไม่แน่ใจ ให้กับแวดวงเกมในตลอดสี่ปีที่ผ่านมา 


03_FFVIIR_SS.jpg (275 KB)


ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ ‘Final Fantasy VII Remake’ ผลงานรีเมคภาคคลาสสิคแห่งซีรีส์ Final Fantasy ของ Square-Enix ได้ทิ้งเอาไว้ให้กับวงการเกม ในระยะเวลาที่แวดวงวิดีโอเกมส์เดินหน้า พร้อมกับคำถามสำคัญที่ว่า ภาคที่ถูกขึ้นชื่อว่า ‘ดีที่สุด’ ในระดับคลาสสิค จะสามารถมีที่ทางในยุคโมเดิร์น ที่ทุกสิ่งเปลี่ยนผ่านไปจากเมื่อยี่สิบปีก่อนได้หรือไม่

และในงาน Tokyo Game Show 2019 ที่ Makuhari Messe จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่นนี้เอง ที่ Thaigamewiki ได้รับเกียรติ ให้ร่วมทดสอบ ‘ตัวเดโม’ ของเกมนี้ กันในทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้น จนจบ และไม่พลาดที่จะนำรายละเอียดมาบอกกล่าวฝากให้กับผู้อ่านทุกท่าน 

 

และเรามีข่าวดี และข่าวที่ ‘ดีกว่า’ จะมามอบให้


02_FFVIIR_SS.jpg (321 KB)


ข่าวดี (ที่เชื่อว่าทุกท่านน่าจะทราบกันอยู่แล้ว…) คือ การรอคอยจะสิ้นสุดลง ในวันที่ 3 มีนาคม 2020 นั่นคืออีกครึ่งปีถัดจากนี้ไป ซึ่งไม่ใช่เวลาที่นานสักเท่าใด เมื่อเทียบกับการร้างลาของมันมากว่ายี่สิบปี

ส่วนข่าวที่ดีกว่านั้น… เราขอบอกว่า ความกังวลใจใดๆ เกี่ยวกับการยืนหยัดในที่ทางของโลกวิดีโอเกมส์ยุคปัจจุบันนั้น ถูกปัดเป่าจนหมดสิ้น เพราะนี่อาจจะเป็นหนึ่งในการรีเมคที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น อาจจะเป็นปาฏิหารย์ระดับเดียวกับการกอบกู้ Final Fantasy XIV Online เลยทีเดียว


04_FFVIIR_SS.jpg (183 KB)

05_FFVIIR_SS.jpg (192 KB)



ในด้านงานภาพ Final Fantasy VII Remake รีดประสิทธิภาพของเครื่อง Playstation 4 อย่างเต็มพิกัด ฉากเตาปฏิกรณ์ Mako ของ Shinra ที่เคยเป็นเพียงกราฟิก Low-Polygon นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และละเอียดยิบในทุกอณู ตั้งแต่ท่อส่งก๊าซ รอยสนิม จนถึงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยพลังงานแห่ง Lifestream ได้รับการอัดฉีดลมหายใจขึ้นอย่างประณีต และจัดวางด้วยศัตรูและอุปสรรคที่พอเหมาะ เฉกเช่นเดียวกับเกมในยุคโมเดิร์นพึงเป็น ไม่มีอีกแล้วกับการเกิดสุ่ม ทุกอย่างดำเนินไปแบบ Real-Time ที่สามารถมองเห็นได้แม้จะอยู่ในระยะไกล


FF7R_05092019_battle_03_2re_bmp_jpgcopy.jpg (239 KB)


ทีมงาน Thaigamewiki บังคับตัวละคร Cloud Strife ที่พ่วงด้วย Barret Wallace สู่ภารกิจดั้งเดิมที่คุ้นเคย คือการทำลายเตาปฏิกรณ์ อันเป็นฉากแรกเริ่มของเกม การบังคับทำได้อย่างสะดวก และมีความเป็นเกมแอ็คชันที่สามารถเข้าใจได้ง่าย เราหลบการจู่โจมของหุ่นรักษาการณ์ และตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที




Screenshot4.jpg (257 KB)


พูดถึงระบบการต่อสู้ แม้ว่าจะมีความเป็นแอ็คชันแบบ Real-Time แต่ทีมงาน Square-Enix ก็แทรกด้วยระบบเก่าที่คุ้นเคยอย่าง Active Time Battle หรือ ATB ได้อย่างเรียบเนียน ไม่มีอีกแล้วกับการรอคอยแบบเทิร์นต่อเทิร์น เพราะในภาค Remake นั้น แถบ ATB จะขึ้นเมื่อทำการจู่โจมเป็นผลสำเร็จ อีกทั้งระบบ Active Pause ระบบชะลอจังหวะเกมเพื่อเลือกคำสั่ง ก็ถูกใส่เข้ามา เพื่อใช้ท่าพิเศษของแถบ ATB เมื่อถึงจุดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นท่าฟันของ Cloud, การใช้คาถาและไอเทมเติมพลัง หรือเปลี่ยนไปบังคับเป็น Barret เพื่อจู่โจมศัตรูในจุดที่ยากจะเข้าถึง เพิ่มมิติทางการวางแผนในการสู้รบขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กระนั้น แม้ผู้เล่นเลือกที่จะบังคับเป็น Cloud เพียงคนเดียว ระบบ AI ของเพื่อนร่วมทางก็สามารถเอาตัวรอดและตอบโต้กับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีในระดับที่น่าพอใจ


Screenshot6.jpg (250 KB)


เราฝ่ากองทัพหุ่นรักษาการณ์ไปจนถึงเตาปฏิกรณ์ ก่อนที่บอสตัวแรกอย่างหุ่นแมงป่อง Scorpion จะเปิดฉากจู่โจม และเข้าสู่การสู้รบในระดับที่เข้มข้นขึ้น มันมีทั้งความแกร่งที่สามารถรับการจู่โจมได้หลายครั้ง และมีท่วงท่าที่ต้องอาศัยการหลบอย่างเป็นจังหวะที่ต้องอาศัยการสังเกตอยู่พอสมควร สร้างความลำบากในการต่อสู้อยู่ไม่น้อย

และในจุดนี้เอง ที่ระบบดั้งเดิมอย่าง Limit Break ถูกใส่เข้ามา การต้านรับศัตรูหรือหลบการจู่โจมในแต่ละครั้ง จะค่อยๆ เติมเกจนี้ขึ้นจนเต็ม เพื่อให้สามารถใช้ท่าพิเศษของแต่ละตัวละครได้ เราอาศัยจังหวะที่การจู่โจมที่ทำให้หุ่นรบเสียหลัก (Stagger) สร้างความเสียหายจากการใช้ Limit Break เปลี่ยนการต่อสู้ให้เกิดความได้เปรียบขึ้น พลิกสถานการณ์ที่เสียทีให้กลับมาดีขึ้นได้ รวมถึงการเสียหลักของบอส จะก่อให้เกิดความเสียหายจากทุกการโจมตีขึ้นอีกหนึ่งเท่าครึ่ง เราไม่รอช้าที่จะใช้โอกาสที่ได้มา รีบจู่โจมหุ่นยักษ์อย่างไม่ช้าที


Screenshot11.jpg (243 KB)


และเป็นอีกครั้งที่ตัวเกมสร้างความประหลาดใจ เมื่อหุ่นรบเริ่มเปลี่ยนรูปแบบมาสู่โหมดป้องกัน และใช้ลำแสงจากหางของมันเพื่อจู่โจม นี่เป็นการโจมตีที่สร้างความเสียหายได้อย่างมาก และเป็นจุดที่ ‘สภาพแวดล้อม’ เข้ามามีบทบาท เราอาศัยการหลบฉากในที่กำบัง ก่อนจะทำการจู่โจมที่เกราะป้องกัน และเป็นอีกครั้ง ที่เราสามารถทำให้มันเสียหลัก แต่ในคราวนี้ ขอสองข้างจากสี่มีความเสียหายอย่างหนักหน่วง เรารีบจู่โจมเพื่อไม่ให้มันหนีไปไหน ก่อนจะทำการเผด็จศึกด้วยท่า Limit Break และจบ Session ของการทดสอบในครั้งนี้ (ตามระยะเวลาที่พอดี 20 นาทีเต็ม…)


Screenshot12.jpg (275 KB)


อนึ่ง แม้จะเป็นเพียงตัวทดสอบอย่างสั้นๆ แต่มันก็เพียงพอที่ทำให้เราได้เห็นถึงความใส่ใจของทีมสร้าง ไม่ว่าจะทั้งงานด้านภาพ จนถึงระบบของเกมการเล่น นี่ไม่ใช่ผลงานของการเอาของเก่ามาหากินกันอย่างขอไปที แต่เป็นการสร้างใหม่อย่างเคารพต่อต้นฉบับ และเป็นการท้าทายต่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่านของแวดวงวิดีโอเกมส์อย่างองอาจ มันเปลี่ยนโฉมระบบเก่าให้ทันสมัย แต่ยังคงหัวใจของความคลาสสิคที่หลายคนรักและคุ้นเคย และแม้ว่าคำถามของการหั่นแบ่งภาคจะยังคงเป็นสิ่งที่ต้องการคำตอบอยู่ต่อไป (เพราะอ้างอิงจากการประกาศก่อนหน้า ภาครีเมคนี้จะถูกแบ่งออกเป็น Part ซึ่งคงอาจจะใช้เวลานานกว่าจะครบถ้วนจนจบ…) แต่สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจและกล้าที่จะบอกกับคุณผู้อ่านทั้งหลายเกี่ยวกับ Final Fantasy VII Remake ในครั้งนี้…

ว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานอันทรงคุณค่า และเป็นข้อพิสูจน์ว่า ความอมตะของภาค VII นั้น สามารถยืนหยัดต่อกาลเวลา ผ่านการสร้างสรรค์และนำเสนอใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ทรงพลัง และเหนือชั้นอย่างที่ยากจะปฏิเสธได้จริงๆ

Post by [ทีมงานไทยเกมวิกิ]
TOP